24 มกราคม 2569 สืบเนื่องจากนายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ฟ้าเดียวกันโพสต์ข้อความในทำนองระบุว่า คนที่เกี่ยวข้องกับตึก SKYY 9 ที่ประกันสังคมซื้อมาในราคาโคตรแพง ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีหรือเจ้าของ ตอนนี้ย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทยกันหมดแล้วนั้น
ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า ก่อนที่นายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์ฟ้าเดียวกัน จะกล่าวหาบุคคลใด ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบด้านก่อน วิธีการกล่าวหาเลื่อนลอยผ่านสังคมโซเชี่ยล ทำให้บุคคลอื่นได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะในช่วงการรณรงค์หาสียงเลือกตั้ง อยู่ในบรรยากาศในการแข่งขันช่วงใกล้โค้งสุดท้าย ไม่ก่อให้เกิดมลพิษแก่อารมณ์ประชาชนที่จะตัดสินใจเทคะแนนให้ผู้สมัครรายใดหรือพรรคการเมืองใด สู้กันที่นโยบายพรรคไม่ใช่โพสต์เรื่อย โพสต์ข้อความเอามันส์ โดยมีเจตนาเพื่อทำลายคู่แข่งทางการเมือง แม้นายธนาพลฯ ไม่ได้เป็นผู้สมัคร แต่สังคมเข้าใจได้ว่า นายธนาพล เชียร์พรรคส้ม
การเชียร์พรรคการเมืองใด ย่อมกระทำได้ตามสิทธิของบุคคลตามรัฐธรรมนูญ แต่การใช้สิทธิหรือเสรีภาพเกินขอบเขต โดยการโพสต์ข้อความถึงประชาชนทั่วไป โดยมีเจตนาจงใจใสร้ายป้ายสี ย่อมเป็นการฝ่าฝืน พรป.สส.และเป็นความผิดอาญา โดยไม่มีกฎหมายใดให้กระทำได้
แม้การโพสต์กระทำในพื้นที่ส่วนตัว แต่การตั้งค่าสาธารณะ ประชาชนหรือวิญญูชนโดยทั่วไป ย่อมเข้าถึงข้อความและสามารถเข้าไปอ่านข้อความได้ เป็นเจตนาเล็งเห็นผลว่า ผลนั้นจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ข้อความที่นายธนาพลฯโพสต์ระบุข้อความที่ว่า“คนที่เกี่ยวข้องกับตึก SKYY 9 ที่ประกันสังคมซื้อมาในราคาโคตรแพง ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีหรือเจ้าของ ตอนนี้ย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทยกันหมดแล้ว”
หากพิจารณาจากข้อความ เนื้อหา เป็นการมุ่งโจมตีทางการเมือง แม้ข้อความที่นายธนาพลฯโพสต์ไม่ได้ระบุว่า รัฐมนตรี คือใคร แต่วิญญูชนย่อมอ่านแล้ว เข้าใจได้ ย่อม หมายถึง “นายสุชาติ ชมกลิ่น” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง รมว.แรงงาน ในช่วงที่บอร์ดกองทุนประกันสังคมอนุมัติซื้อตึก SKYY 9 แต่นายสุชาติฯ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีในขณะนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย
เพราะบอร์ดคณะกรรมการกองทุนประกันสังคม ประกอบด้วยคณะกรรมการหลายภาคส่วน ทั้งกรรมการตัวแทนจากการเลือกตั้งของลูกจ้างที่มาปกป้องผลประโยชน์ในการนำเม็ดเงินไปลงทุน “กระบวนการตัดสินใจ เป็นเรื่องของบอร์ดกองทุนประกันสังคมโดยเด็ดขาด” มิใช่อำนาจ ข้อสั่งการ และนโยบายของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง
ข้อเท็จจริงเดียวกันที่นายธนาพล กล่าวหานายสุชาติพัวพัน ซื้อขายตึก SKYY 9 เป็นกรณีนายสุชาติ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีอาญาต่อศาลอาญากับนางสาวรัชนก ศรีนอกและนายสหัสวัต คุ้มคง อดีตสส. พรรคประชาชน เป็นจำเลยทั้งสองต่อศาลอาญา ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา โดยศาลอาญาวินิจฉัย “คดีมีมูล” “ประทับรับฟ้อง” โดยทั้งสองตกเป็นจำเลย อยู่ระหว่างนัดสืบพยานโจทก์จำเลยในเดือนพฤศจิกายน 2569
นายธนาพล เป็นบรรณาธิการข่าว ย่อมล่วงรู้ข้อเท็จจริงอยู่แล้วว่า ไม่เป็นความจริงและการใช้สิทธิฟ้องคดีอาญากับไอซ์และสหัสวัต ล้วนเป็นการปกป้องสิทธิของตัวนายสุชาติ โดยสุจริต “ไม่ได้เป็นการฟ้องปิดปาก” แต่เหตุใดนายธนาพลถึงจงใจใส่ร้ายป้ายสีด้วยความเท็จ ในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง สส. ให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง อันเป็นการฝ่าฝืน พรป.ว่าด้วย สส.มาตรา 73 (5) ซึ่งมีโทษอาญาและถูกตัดสิทธิการเมือง
การโพสต์ข้อความใสร้ายป้ายสีอันเป็นเท็จ โดยบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยเฉพาะคำว่า “โปรดทราบ” เจตนาบิดเบือนให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบข้อความอันเป็นเท็จ ลงในระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้ประชาชนสำคัญผิดในตัวของนายสุชาติฯ ย่อม เป็นความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยความผิดอันเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 (1) อีกประการหนึ่ง
โดยเฉพาะ นายธนาพล ประกอบวิชาชีพ เป็นบรรณาธิการข่าว หนังสือพิมพ์ใต้ฟ้าเดียวกัน ย่อมมีวุฒิภาวะเหนือกว่าพี่น้องประชาชนทั่วไป กลับมาอาศัยดราม่าประกันสังคม โดยเพ้อเจ้อหรือไม่ อย่างไร โดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบด้าน ทั้งๆที่นายสุชาติได้ใช้สิทธิ์ขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรมเพื่อดำเนินคดีอาญากับนางสาวรัชนกฯและนายสหัสวัตฯ ให้เป็นคดีตัวอย่าง ตามสุภาษิตไทย “เชือดไก่ให้ลิงดู”.
