บ้านเมืองจะยังไงต่อ? #เปลวสีเงิน

เปลว สีเงิน

ลูก “ตกเก้าอี้นายกฯ”!!!

พ่อตกใจนะ

เพราะเป็นลางร้ายถึงคดี “ป่วยทิพย์” ชั้น ๑๔ ที่ “ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมือง” นัดฟังคำสั่ง วันที่ ๙ กันยา.

ฤาว่า ชะตาพ่อ จะต้อง “คืนคุก” จริงๆ!?

เย็นวาน คำวินิจฉัยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตอนต้นๆ ทำเอาแฟนๆ หน้าจอว้าวุ่น ที่บอกว่านายกฯ แพทองธารยังไม่ถึงขั้น “ขาดความซื่อสัตย์สุจริต”

แต่อ่านไป..อ่านไป ถึงตอนว่าด้วยมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรง “ผลการพิจารณา” ออกมาว่า

“ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาหารือร่วมกันแล้ว มีมติโดยเสียงข้างมาก ๖:๓

โดยเสียงข้างมาก คือ นายปัญญา อุดชาชน, นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม, นายวิรุฬห์ แสงเทียน, นายจิรนิติ หะวานนท์, นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ และนายอุดม รัฐอมฤต

วินิจฉัยว่า….

“ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้อง (น.ส.แพทองธาร) สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ วรรคหนึ่ง (๔)” เท่านั้นแหละ

ที่ทำท่าจะเป็นลมกันแต่แรก ฟื้นและสดชื่นเหมือนยืนอยู่บนเนินเขาไปตามๆ กัน!

ใน ๖ เสียงข้างมากนั้น  ๔ เสียง คือ นายปัญญา อุดชาชน, นายวิรุฬห์ แสงเทียน, นายจิรนิติ หะวานนท์ และนายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์

เห็นว่า นายกฯ แพทองธารขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๐(๔) และ (๕)

คือไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์(๔)และทั้งมีพฤติกรรมฝ่าฝืนหรือไม่ปฎิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรง(๕)

ส่วนอีก ๒ ใน ๖ เสียงข้างมาก คือ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม และนายอุดม รัฐอมฤต

เห็นว่า นายกฯ แพทองธาร ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๐ เฉพาะ (๕) เท่านั้น

ส่วนตุลาการ “เสียงข้างน้อย” ๓ ท่าน

ที่เห็นว่า นส.แพทองธาร “ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างไม่ร้ายแรง”

“ความเป็นรัฐมนตรีของแพทองธารไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัว”

ก็มี นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์, นายนภดล เทพพิทักษ์ และนายสุเมธ รอยกุลเจริญ

สรุป “แพทองธาร” ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา๑๖๐(๔) และ(๕)

ความเป็นนายกฯ สิ้นสุดตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่งฯ ให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ เมื่อ ๑ ก.ค.๖๘ โน่นแล้ว!

ผลแพทองธาร “ตกเก้าอี้”….

ทำให้ “รัฐมนตรีทั้งคณะ” ต้องพ้นจากตําแหน่งตามรัฐธรรมนูญไปด้วย

นั่นเท่ากับว่า ขณะนี้ ประเทศไทย “ว่างผู้นำบริหารประเทศ”

แต่ไม่ต้องตกใจ ประเทศไทยเรา “มีกองทัพ” เป็นวงแบ็กอัป ให้ “รัฐมนตรีรักษาการ”

จนกว่าพรรคการเมืองจะจับขั้วกันได้และโหวตเลือกตัวนายกฯ คนใหม่ในสภาขึ้นมาฟอร์มรัฐบาล

แล้วใครล่ะ มีสิทธิ์เป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ?

ก็มี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, นายพีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, พลเอกประวิต วงษ์สุวรรณ, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, นายชัยเกษม นิติสิริ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล

เพื่อไม่ต้องพูดถึงคนอื่นให้มากความ ตัดฉับเลย

“นายชัยเกษม นิติสิริ” นายกฯ บัญชีพรรคเพื่อไทย กับ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

“สีน้ำเงิน” กับ “สีแดง” จะชิงกัน!

สส.เท่าที่มีในสภาตอนนี้ ๔๙๒ คน ใครรวมเสียงได้ ๒๔๗ คนขึ้นไป ก็เป็นเสียงข้างมาก มีสิทธิ์ได้รับโหวตเป็นนายกฯ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลแล้ว

เห็นนายภูมิธรรม “นายกรักษาการ” แถลงแบบ “หน้าแห้ง-แล้งในอก” ว่า พรรคร่วมเดิม “อยู่ครบ” พร้อมเหลียวหน้า-ตามองพรรคร่วมที่ยืนเป็นแผงบางๆ แล้วรีดเสียงออกมาจากท้องว่า

“ขณะนี้ทั้งหมดที่มาคุยกันวันนี้ มีทั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) และ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.)”

แล้วพี่อ้วนก็ประกาศ “จองตั๋ว” เป็นขั้วจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยเพื่อไทย ๑๔๐ เสียง เป็นแกนนำ

แต่เอ๊ะ….“พรรคกล้าธรรม” หายไปไหนล่ะ อย่าทำให้พี่อ้วนของผมต้องเหี่ยวเป็นดอกกระเจียวหุบเชียวนะ!

ความจริง ตามศักดิ์แล้ว “พรรคประชาชน” ที่มี สส.๑๔๓ คน ซึ่งมากที่สุด มีสิทธิ์ประกาศเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลใหม่

แต่พรรค “หมดตัว” ที่จะเป็นนายกฯ ละมัง  เย็นวาน “นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน ประกาศเงื่อนไข ๓ ข้อ

ถ้าใครรับได้ พร้อมสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ไปจัดตั้งรัฐบาล โดยพรรคประชาชนไม่เข้าร่วม ไม่เอาตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น

๓ ข้อเงื่อนไขของพรรคประชาชนก็มี

๑.นายกฯ คนใหม่จะต้อง “ยุบสภาผู้แทนราษฎร” ภายใน ๔ เดือน ตั้งแต่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเพื่อจัดให้มีเลือกตั้งใหม่

๒.ครม.ชุดใหม่ ต้องจัดให้มีการ “ออกเสียงประชามติ” ในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สู่การ “เลือกตั้งสสร.” เพื่อเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ

ทั้งนี้ ต้องไม่เกินวัน “ก่อนการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสส.”

๓.พรรคประชาชนจะไม่ร่วมรัฐบาลและจะไม่มีบุคคลใดจากพรรคประชาชน ไปดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีนี้

หลังจากนายณัฐพงษ์ประกาศ ๓ เงื่อนไข

“นายอนุทิน” ที่เพิ่งไปกินข้าวหน้าไก่ฝีมือ “เชฟป้อม” ท้องยังตึง พร้อมด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาฯ พรรคภูมิใจไทย และนายภารดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง ก็ไปเป็นแขกของ “พรรคประชาชน”

คุยกันเรื่อง “แม่นาคพระโขนง” กับคณะพรรคประชาชนกันถูกคอรึยังไงก็ไม่รู้ เป็นชั่วโมง กว่าจะหน้าบานเป็นดอกทานตะวันลงมา

จะโอเค.หรือ โนเค.ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เห็นนายอนุทินบอกนักข่าวว่า

“เงื่อนไขที่เห็นพ้องตรงกันโดยไม่มีข้อสงสัยคือ “การยุบสภาฯคืนอำนาจ” และรัฐธรรมนูญก็มีหลายมาตราที่ควรแก้

เห็นพ้องตรงกันหมดที่นายณัฐพงษ์ หัวหน้าพรรคประชาชนได้แถลง โดยหลังจากนี้ ผมเองจะเดินทางไปพรรคกล้าธรรม”!!!

นี่มันเป็นการ “บีบไข่แม้ว” แต่ต้นยกเลยนะเนี่ย

พรรคประชาชน ๑๔๓ เสียง พรรคภูมิใจไทย ๖๙ เสียง แค่ ๒ พรรค นายอนุทินก็มี “สารตั้งต้น” รัฐบาล อยู่ในมือแล้ว ๒๑๒ เสียง

หาอีกแค่ ๓๕ เสียง ก็ ๒๔๗ เป็น “เสียงข้างมาก” แล้ว

พรรคพลังประชารัฐบ้าง พรรครวมไทยสร้างชาติบ้าง พรรคคุณหญิงสุดารัตน์บ้าง ยิ่งนายอนุทินบอกว่าจะไปพรรคกล้าธรรม

ภูมิธรรมแทบอยากท้าอนุทินเอาหลังชนกัน แล้วก้าวเดินไปข้างหน้า ๕ ก้าว

แล้ว…เหนี่ยวไก!

ไปเต๊าะพรรคกล้าธรรม เท่ากับเหยียบหางแม้ว แล้วจะอยู่ร่วมโลกกันได้ไง

ยังไม่ต้องไปคิดถึงการฟอร์มรัฐบาล เอาแค่โหวตตัวนายกฯ ในสภา เมื่อพรรคประชาชนโหวตให้นายอนุทิน

“อำนาจตระกูลชิน” ก็สิ้นเชื้อ-สิ้นคอกแล้ว!

นี่มองกันตามหน้าเสื่อนะ การชิงนายกฯ สู่การตั้งรัฐบาลใหม่ระหว่าง “ภูมิใจไทย” กับ “เพื่อไทย”

ในตลาดเขาต่อภูมิใจไทย ๕ เอา ๑!

แต่ “การเมือง-การโลก” ท้ายปี อีก ๔ เดือนนี้ บอกได้เลย ใครมาเป็นรัฐบาล เป็น “ทุกขลาภ” มากกว่า “โชคลาภ”

และอะไรที่คิดว่าราบรื่นนั้น เผื่อใจไว้บ้าง ราบรื่นนั่น มันจะ “ลื่นไถล” ด้วยสถานการณ์ที่ถาโถมเข้ามาช่วงท้ายปี จนแทบไม่มีช่วงให้ตั้งหลัก

ใครมาเป็นรัฐบาล ต้อง “เป็นเนื้อเดียว” กับกองทัพ

เงื่อนไข ๔ เดือนต้องยุบสภา เลือกตั้งใหม่ และต้องจัดทำประชามติ เพื่อตั้งสสร.เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับนั้น

มันเป็นเงื่อนไขเพื่อประโยชน์ “นักการเมือง-เพื่อการเมือง”

แล้วบ้านเมืองล่ะ ปากท้องประชาชนล่ะ เศรษฐกิจประเทศล่ะ การต่างประเทศในยุค “โลกแยกขั้ว” ล่ะ?

ไม่เป็นเงื่อนไขที่คนจะเป็นนายกฯต้อง “คิดแก้-คิดทำ” ก่อนหรือ

ประชาธิปไตยเลือกตั้ง รัฐบาลมาจากประชาชน

ดังนั้น “ประชาชนต้องมาก่อน”

การเอาประชาชนไปแลกเปลี่ยนกับอำนาจการเมืองชั่วคราวที่มีเงื่อนไขซ่อนเร้นนั้น พึงระวัง มันจะย้อนมามัดตัว!

๔-๖ เดือนเพื่อยุบสภา แต่ปัญหาชาติบ้านเมืองที่ตกต่ำสุดขีดกองท่วมประเทศ

ควรทำความเข้าใจกันให้ชัดๆ ช่วยกันแก้ปัญหาชาติเฉพาะหน้าพอให้ประชาชนอ้าปากได้ก่อนดีไหม?

แสดงฝีมือให้ได้ใจประชาชนก่อน จากนั้น จะยุบสภาเมื่อไหร่ก็ยุบไป หรือจะร่างรัฐธรรมนูญใหม่ให้ประชาชนดูก่อน พอใจ-รับกันได้ ก็ร่างกันไป

แบบนี้ รัฐบาลใหม่ก็จะได้ “ทั้งเงิน-ทั้งกล่อง”!

แต่เอาเถอะ เรื่อง “ตั้งรัฐบาล” ไม่ลงตัว-จบง่ายในวันนี้ พรุ่งนี้หรอก ผมเกรงแต่ว่า “อะไรที่คาดไม่ถึง” มันจะตึงตังขึ้นมาซะก่อน

“ลางสังหรณ์” ของผม เหมือน “เสียงหมาหอน”

ไม่จำเป็นต้อง “เห็นผี” เสมอไป

แค่ “ลมพัด-ใบไม้ไหว” บางทีก็หอนแล้ว!

เปลว สีเงิน

๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๘

Line Open Chat *เพิ่มช่องทางการรับข่าวสาร จากเว็บไซต์ *อ่านคอลัมน์ เปลว สีเงิน ก่อนใคร *ส่งตรงถึงมือทุกคืน *เปิดกว้างเพื่อแฟนคอลัมน์พูดคุยแบบกันเอง ทุกเรื่องราว ข่าวสารบ้านเมือง สังคม ฯลฯ
Written By
More from plew
เอาแต่จนจ่อ “ประเทศจะเฉา”
อ่านพบในกระทู้ “พันทิป” คน (ดี) ไม่รับอะไรจากใครเปล่าๆ ภาษิตจีน :ได้รับพระคุณ (น้ำ) หนึ่งหยด พึงกรุยลำธารชดใช้ ทำได้อย่างนี้ ท่องเที่ยวได้ทั่วยุทธภพ...
Read More
0 replies on “บ้านเมืองจะยังไงต่อ? #เปลวสีเงิน”