ผักกาดหอม
เห็นคลิปแผ่นดินไหวที่เวเนซุเอลาแล้วเศร้าใจครับ
มันยิ่งกว่าสงคราม
เกิดความเสียหายเยอะจริง
ตึกรามบ้านช่องในกรุงการากัส พังพินาศย่อยยับ
เหตุแผ่นดินไหวในจุดเดียว ๒ ครั้งซ้อนไม่ได้เกิดได้ง่ายๆ แต่ก็เกิดไปแล้ว
ระลอกแรกขนาด ๗.๒ แมกนิจูด เกิดขึ้นที่ความลึก ๒๑.๙ กิโลเมตร
ให้หลังเพียง ๓๙ วินาที สิ่งที่เกิดไม่ใช่อาฟเตอร์ช็อก แต่เป็นระลอกที่สองซ้ำเติมด้วยความรุนแรงถึง ๗.๕ แมกนิจูด ที่ความลึก ๑๐ กิโลเมตร
จัดเป็นแผ่นดินไหวระดับตื้นที่มีอานุภาพทำลายล้างรุนแรงมาก
ยอดผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ ตอนนี้แค่เบื้องต้นครับ
สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (USGS) คาดการณ์ว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจพุ่งสูงทะลุหลักหมื่นถึงหลักแสนคน
เนื่องจากเกิดในพื้นที่ชุมชนหนาแน่น และมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดดินถล่ม รวมถึงปรากฏการณ์ดินเหลว (Liquefaction) ซ้ำเติม
น่ากลัวครับ
ที่บอกว่าน่ากลัวก็เพราะเวเนซุเอลาไม่ได้ตั้งอยู่ในวงแหวนแห่งไฟโดยตรงเหมือนประเทศไทย ก็ยังเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลได้
โลกวันนี้ไม่เหมือนเดิมแล้วครับ
ยุโรปเจอคลื่นความร้อนสาหัสในรอบหลายปี เพราะกระแสลมขั้วโลกเหนือแปรปรวน
นี่ไม่เกี่ยวกับซูเปอร์เอลนีโญโดยตรง!
ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ กูรูเรื่องลม ฟ้า อากาศ โพสต์ประเด็นนี้เอาไว้ให้อ่านเป็นความรู้ครับ
“…ภาพที่เพื่อนธรณ์เห็นคือพยากรณ์อากาศวันนี้ที่ยุโรป เมื่อฮีตเวฟครั้งใหญ่สุดหนหนึ่งกำลังเกิด ถึงตอนนี้มีผู้เสียชีวิตเกือบ ๒๐ รายในฝรั่งเศส
ปรกติฮีตเวฟจะมาช้ากว่านี้อย่างน้อย ๑-๒ สัปดาห์ และไม่น่าแรงเท่านี้ นั่นคือสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญสรุปไว้ แต่ผลของโลกร้อนบวกกับสภาพอากาศที่แปรปรวนหนัก ทำให้ปารีส ๔๐ องศาเพิ่งเกิดไปเมื่อวันก่อน
อีกหลายเมืองในชายฝั่งฝรั่งเศส/สเปนร้อนกว่านั้น บางเมืองอุณหภูมิสูงจนทำลายสถิติ
ความร้อนระดับ ๔๐ องศาอาจไม่เท่าไหร่สำหรับพวกเราคนไทย แต่สำหรับชาวยุโรปที่ไม่คุ้นเคย อาคารที่อยู่อาศัยไม่ได้ออกแบบไว้เช่นนั้น
ตึกทึบ อาคารเก่าๆ ไม่มีแอร์ ฯลฯ ทำให้ผู้เฒ่าหลายคนจากไป
เด็กเล็กที่รออยู่ในรถได้ที่อุณหภูมิ ๒๐-๒๕ องศา รอไม่ได้ที่ ๓๙-๔๐ องศา
มีเด็กน้อยสองคนในฝรั่งเศสจากไปเพราะเหตุนี้เมื่อวาน
อุณหภูมิในกรุงปารีสและมาดริดสูงกว่าปรกติ ๑๐-๑๕ องศา (รอยเตอร์ส เชื่อได้ ใส่ภาพไว้ในเมนต์ครับ)
ผมบอกไปแล้วว่าภัยพิบัติจะมารัวๆ เมื่อโลกร้อนใกล้ ๑.๕ องศาแบบถาวร
คลื่นความร้อนที่มาถี่ๆ ในยุโรปและซูเปอร์เอลนีโญที่กำลังจะมาในเขตเอเชีย/แปซิฟิก อาจทำให้ปีนี้เป็นปีร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์
เราสร้างโลกร้อนรุนแรงขึ้นมาด้วยก๊าซเรือนกระจกจากการพัฒนา และจากการทำลายธรรมชาติที่เคยดูแลโลก
ถึงตอนนี้ เรากำลังได้รับสิ่งที่เราทำต่อเนื่องมานาน ไม่เคยคิดจะหยุด
มีแต่สัญญาปากเปล่า ไม่เคยมีความจริงเกิดขึ้น
เราจึงได้รับผลจากการทำของเรา
เพราะโลกไม่เคยสนใจ MOU หรือ Agreement ใดๆ ที่ปราศจากความหมายในความเป็นจริง
เตรียมรอรับแรงกระแทกจากภัยพิบัติและเอลนีโญกันครับ
นั่นคือสิ่งเดียวที่คนตัวน้อยๆ อย่างพวกเราทำได้ ในปีที่โลกกำลังเกรี้ยวกราดถึงขีดสุด…”
ถ้าคิดว่าเรื่องนี้ไกลตัวคนไทย ลองมาดูนี่ครับ
วิกฤตซูเปอร์เอลนีโญ
“ดร.ธรณ์” แบ่งการพัฒนาของปรากฏการณ์นี้ออกเป็น ๔ ช่วงเวลา
๑.เริ่มต้น เริ่มก่อตัวอย่างเป็นทางการจากการประกาศของหน่วยงานระดับโลกอย่าง NOAA
๒.ปลายฝนต้นหนาว สภาพอากาศแปรปรวน ฤดูหนาวจะไม่หนาวตามปกติ และมีแนวโน้มเกิดพายุที่รุนแรงแปรปรวน
๓.จุดพีกที่สุด ซึ่งก็คือช่วงซูเปอร์เอลนีโญ คาดว่าจะพีกจัดในช่วงปลายปี ลากยาวข้ามไปจนถึงต้นปีหน้า อุณหภูมิเฉลี่ยสูงเกิน ๒ องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่ารุนแรงกว่ารอบปีที่ผ่านมา
๔.หน้าร้อนปีหน้า ผลกระทบต่อเนื่องจะทำให้หน้าร้อนปีหน้าแล้งจัดและร้อนจัดที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยอุณหภูมิในบางพื้นที่อาจพุ่งสูงแตะระดับ ๕๐ องศาเซลเซียส
ผลกระทบสำคัญต่อประเทศไทยและโลกจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
วิกฤตทะเลเดือด อุณหภูมิน้ำทะเลจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศทางทะเล เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวรุนแรง และกระทบต่อห่วงโซ่อาหาร รวมถึงสัตว์ทะเล
เกิดภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง ปริมาณฝนในฤดูฝนจะน้อยกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดภาวะ “ร้อนหนัก-แล้งจัด” เกษตรกรและภาคอุตสาหกรรมเสี่ยงขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง
ความเสี่ยงต่อชีวิต ภาวะคลื่นความร้อน (Heatwave) และโลกเดือดจะทวีความรุนแรงจนเสี่ยงคร่าชีวิตผู้คน เหมือนที่ยุโรปเจออยู่ตอนนี้
ครับ…โลกเพิ่งจะเจอภัยสงครามตะวันออกกลาง ก่อให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจลุกลามไปทั่ว
สงครามซึ่งเป็นภัยจากน้ำมือมนุษย์ทำท่าว่าจะจบลงไป ก็ต้องมาเจอแผ่นดินไหว คลื่นความร้อน
ประเทศไทยก็เตรียมตัวไว้ครับ ภัยแล้งมาแน่
ไม่ใช่แล้งธรรมดา แต่แล้งจัด
ก็เป็นหน้าที่รัฐบาล ตระเตรียมเรื่องน้ำท่ากันแล้วหรือยัง
นี่เฉลยข้อสอบกันล่วงหน้าหลายเดือนเลยนะครับ
ฉะนั้นอย่าให้มีคำว่า “คาดไม่ถึง” หลุดออกมาจากปากเป็นอันขาด
เกิดเป็นคนไทยต้องทนถึกกันหน่อย นอกจากเจอซูเปอร์เอลนีโญแล้ว ยังต้องเจอ “โคตรโกง” อีกต่างหาก
กระแสคอร์รัปชันไม่ตกจริงๆ มีให้เห็นต่อเนื่อง
เรื่องโกงสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นนี่มันสุดๆ ครับ
นายกฯ อนุทินต้องทุบโต๊ะให้แรงกว่านี้ ที่ผ่านมามันเบาไป
มันไม่ใช่การทุจริตระดับ “กรม” แน่นอน เพราะขบวนการมันกว้างขวาง จนยากที่จะเชื่อได้ว่าไม่มีระดับที่ใหญ่กว่าเข้าไปเกี่ยวข้อง
ส่วนจะเป็นระดับไหน ลองเช็กเส้นทางเงินดู ใครเป็นบัญชีม้าให้ใครน่าจะตามได้ไม่ยาก
ถือเสียว่าเป็นการทวงสัญญาจากนายกฯ
ที่บอกว่าจะแก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างนั้น ช่วยทำให้เห็นเป็นบุญตาหน่อย
ถ้ามันลากไปถึงคนใกล้ตัวก็อย่าเอาไว้
ต้องจัดการให้เรียบ
อย่าลืมว่าประชาชนจับตามองเรื่องนี้อยู่ครับ
ฉะนั้นไปให้สุด!.

