เปลว สีเงิน
เขมรนี่….
ต้องบอกว่าสมแล้วที่สืบเชื้อสายมาจากตัวเหี้ย
เพราะตวัดลิ้น ๒ แฉกไปได้ทุกเรื่อง
เห็นไทยสร้างกำแพงกั้นแดนก็ประท้วง เห็นพระสร้างถนนขึ้นเนินตามชายแดน ก็ประท้วง
นี่…ล่าสุด เห็นไทยสร้างพระพุทธรูป แทนที่จะสวมวิญญานเปรตขอส่วนบุญ ดันทำหนังสือประท้วง
ว่าไทยก่อสร้างพระพุทธรูปอย่างน้อย ๓๖ องค์ ในหลายพื้นที่ ในจังหวัดพระวิหารและอุดรมีชัย
และติดตั้งเสาธง ๒ ต้น ในจังหวัดพระวิหาร!
เฮ้อ…กูละเบื่อมึงจริงๆ
เพ้อเจ้อไปเรื่อย สักแต่ว่ามีปากก็พูด มีตูดก็ถ่าย มีลิ้นก็ปลิ้นแผล็บ ถ้าไม่ประท้วง มันก็เคลมไปได้ทุกเรื่อง
และนี่…ท่ามันจะบ้า ไทยสร้างพระพุทธรูปในแผ่นดินของไทย แต่ดันประท้วงว่าอยู่ในจังหวัดพระวิหารและอุดรมีชัยของเขมร!?
พระ-ทหาร-ชาวบ้าน ช่วยกันสร้างตามฐาน-ตามเนินต่างๆ ที่จังหวัดศีรษะเกษบ้าง อุบลราชธานีบ้าง บุรีรัมย์ บ้าง สุรินทร์บ้าง เขารู้-เขาเข้าใจกันทั้งโลก
เพียงแต่บางพื้นที่ เมื่อหลายสิบปีก่อน มึงลากหางเข้ามายึดแล้วตีขลุมเป็นจังหวัดอุดรมีชัย จังหวัดพระวิหารไปเอง
พอมาตอนนี้ ถูกทหารไทยยันด้วยบั้นท้ายเท้ากระเด็นเก็นเก้ออกไป แล้วเอาแผ่นดินกลับคืนมา
แทนที่จะสำนึกว่าของเขา เราไปแฮปมานาน ก็คืนเจ้าของเขาไป แต่นี่ กลับด้านหน้าทึกทักเป็นของเขมร ชนิดไม่อายหมา!
แถมอ้าง “แถลงการณ์ร่วม” เมื่อ ๒๗ ธ.ค.๖๘ ที่พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ กับ พลเอกเตีย เซยฮา ตกลงร่วมกันไว้ ๓ ข้อ
อ้างว่า ฝ่ายไทยละเมิด ข้อ ๒ และข้อ ๓ ที่ว่า…..
ข้อ ๒. ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะคงกำลังทหารในปัจจุบันไว้โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายเพิ่มเติม จะไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลังทหารใดๆ รวมถึงการลาดตระเวนไปยังตำแหน่งของอีกฝ่าย
ข้อ ๓.ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่า ข้อตกลงทั้งหมดภายใต้แถลงการณ์ร่วมฉบับนี้ ไม่กระทบต่อการกำหนดเขตแดนและพรมแดนระหว่างประเทศระหว่างสองประเทศ
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการเขตแดนร่วมเพื่อดำเนินการสำรวจและกำหนดเขตแดนอีกครั้งโดยเร็วที่สุด
ตามข้อตกลงที่มีอยู่ระหว่างสองประเทศ เพื่อบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืนตามแนวชายแดน
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะใช้กลไกที่มีอยู่ของคณะกรรมการเขตแดนร่วมเพื่อรับรองความปลอดภัยและความมั่นคงของทีมสำรวจร่วมในพื้นที่ รวมถึงความปลอดภัยจากทุ่นระเบิด
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่า คณะกรรมการเขตแดนร่วม จะให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกและสำคัญที่สุดกับการสำรวจและกำหนดเขตแดนในพื้นที่ชายแดนที่ได้รับผลกระทบซึ่งมีพลเรือนอาศัยอยู่
อ่านแล้วอาตมาต้องปิดปากขำเพราะกลัวอาบัติ คริ..คริ..!
ก็ที่ยกมาเนี่ย ไทยผิดตรงข้อไหนมิทราบ?
อย่างข้อ ๒ ที่ว่า…ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะคงกำลังทหารในปัจจุบันไว้โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายเพิ่มเติม จะไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลังทหารใดๆ
ณ วันที่ ๒๗ ธันวา.ที่เซ็นสัญญาสงบศึกรอบ ๒ นั้น
ทหารไทยอยู่บนภูมะเขือ อยู่ที่ปราสาทตาควาย อยู่ที่เนิน ๓๕๐ อยู่ที่ปราสาทตาเมือนธม อยู่ที่แนวเขตแดนช่องบก อยู่ที่พระวิหาร
อยู่ที่โดนตวล (บริเวณช่องตาเฒ่า) อยู่ที่ช่องอานม้า อยู่ที่ช่องสัตตะโสม อยู่ที่ช่องจอม อยู่ที่ช่องสายตะกู อยู่ที่พลาญยาว
อยู่ที่ทมอดา อยู่ที่เนิน ๒๒๕ อยู่ที่ช่องคานม้า อยู่ที่บ้านหนองจาน อยู่ที่บ้านหนองผักกาด ฯลฯ
เมื่อเซ็นตกลง “ใครอยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น” ปุ๊บ….
ทหารไทยวินัยเคร่งครัด ก็ “แข็งเด่” อยู่ตรงนั้นปั๊บ
หยุดการรุกไล่เอาแผ่นดินไทยที่เขมรรุกล้ำเอาไปอีกหลายแห่งไว้ก่อนทันที!
นั่นคือ พื้นที่ ที่ทหารไทยอยู่ ตามที่ผมกล่าว มันเป็นพื้นที่ไทย-อยู่ในดินแดนไทยทั้งนั้น
แล้วมันผิดตรงไหน…ในเมื่อข้อตกลงมีว่า
“ใครอยู่ตรงไหน ก็อยู่ตรงนั้น”?
ตรงนั้น ที่ทหารไทยอยู่ ณ วันที่ ๒๗ ธันวา.๖๘ ก็คือแผ่นดินของไทย
แล้วไทยสร้างพระพุทธรูป สร้างถนน ปักเสาธงชาติบนแผ่นดินไทย ไม่ได้ปักบนหัวกบาลเขมรซักหน่อย แล้วจะมาประท้วง ห้ามโน่น-ห้ามนี่
สงสัยจะ ป.ส.ด.กันทั้งรัฐบาลเขมรแล้วกระมัง?!
นี่…ตอนนี้ ไม่รู้ “ข่าวจริง-ข่าวเสี้ยม” อ่านแล้ว-ฟังแล้ว ก็อย่าเพิ่งเชื่อ เพราะยุคนี้ เป็นยุคสื่อสารมือถือ
มีเครื่องเดียวก็ครองโลกได้แล้ว !
เรื่อง “เปิด-ไม่เปิด” ด่านชายแดนไทย-เขมร เอามาเป็นเหตุด่ารัฐบาล ด่าทหารได้แทบไม่เว้นแต่ละวัน
อย่างที่คุณ “Athiwat Padmaneerat” โพสต์วานซืน มีภาพเด็กเขมรในชุดนักเรียนข้ามด่านมาเรียนในไทยประกอบข่าวด้วย
ดูน่าเชื่อถือ อ่านดูนะ
………………………………………….
“Athiwat Padmaneerat
ทางการไทยและกัมพูชาได้มีการอนุโลมและเปิดด่านพรมแดนบ้านคลองลึก (ด่านอรัญประเทศ-ปอยเปต)
รวมถึงจุดผ่านแดนอื่นๆ ในจังหวัดสระแก้ว
ให้นักเรียนชาวกัมพูชาสามารถข้ามแดนเข้ามาเรียนหนังสือในฝั่งไทยได้ตามปกติ เพื่ออำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทาง เจ้าหน้าที่มีมาตรการผ่อนปรนให้
ช่วงเวลาพิเศษ: อนุญาตให้นักเรียนข้ามแดนได้ ตั้งแต่เวลา 06.00 – 08.00 น. (รอบเช้า) และช่วงเย็นเวลา 17.00 -18.00 น.
การใช้งานจริง: การเปิดด่านในเวลาพิเศษนี้ มีขึ้นเพื่อให้เด็กนักเรียนเดินทางข้ามมาเรียนหนังสือในฝั่งไทยได้ทันเวลา
และเป็นไปตามข้อตกลงด้านมนุษยธรรมเพื่อการศึกษาการติดตามข่าวสาร
ในช่วงที่มีความตึงเครียดหรือการปิดด่าน ทางการได้ยืนยันว่าด่านจะยังคงเปิดรับนักเรียนเป็นกรณีพิเศษไม่ให้กระทบต่อสิทธิ
……………………………..
แต่ปรากฎว่า เช้าวาน (๑ มิ.ย.๖๙) “น.ส.รัชดา ธนาดิเรก” โฆษกประจำสำนักนายก ชี้แจงว่า
ไม่มีการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ตามที่ขณะนี้ มีข่าวปั่นในโลกโซเชียลว่า
จะมีการเปิดด่านที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อให้เด็กกัมพูชาเข้ามาเรียนหนังสือในประเทศไทย
“สิ่งที่เผยแพร่กันอยู่เป็นข่าวปลอม ในขณะนี้ยังไม่มีการเปิดด่านแต่อย่างใด” น.ส.รัชดาย้ำ
นอกจากโฆษกรัฐบาลแถลงแล้ว
“กองร้อยทหารพรานที่ ๑๒๐๑ ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ ๑๒” โพสต์ข้อความว่า
“ตามที่มีสื่อโซเชียล แจ้งมีการเปิดด่านพรมแดนถาวรบ้านคลองลึก – ปอยเปต อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อให้เด็กเขมรเข้ามาเรียนหนังสือ
กองร้อยทหารพรานที่ ๑๒๐๑ ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ตลาดโรงเกลือ ขอแจ้งให้ประชาชนได้ทราบว่า
ในขณะนี้ “ยังไม่มีการเปิดด่านหรือมีคำสั่งให้เปิดด่านเเม้แต่อย่างใด
ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเเละเชื่อถือได้ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด ขอบคุณครับ”
และ “ลี่ กันทรลักษ์” โพสต์ว่า
- โต้ข่าวลือ!! “ตม. สระแก้ว” ยืนยัน ด่านสระแก้วยัง “ปิดสนิท 100%” แจงภาพคนข้ามแค่ “เคสฉุกเฉิน- มนุษยธรรม” (คนป่วย)
ท่ามกลางกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ที่อ้าง มีการเปิดด่านชายแดนในพื้นที่จังหวัดสระแก้วแล้ว
ผู้สื่อข่าวสอบถาม “พ.ต.อ.รุ่ง ทองมนต์” ผู้กำกับการตม.จังหวัดสระแก้ว ท่านยืนยันว่า
ขณะนี้ ด่านชายแดนยังคงปิด ๑๐๐% ตามมาตรการที่กำหนด ไม่มีการเปิดให้ประชาชน นักเรียน หรือผู้ประกอบการเดินทางเข้าออกตามปกติแต่อย่างใด
โดยชายแดนทุกจุดในพื้นที่ยังคง “ปิดอย่างเข้มงวด”๑๐๐%
ปิดทุกจุด ไม่มีการเปิดตามที่มีการแชร์กันในโซเชียล
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า
ข่าวดังกล่าวอาจเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง
สำหรับกรณีที่มีการพบเห็นบุคคลเดินทางผ่านด่านในบางช่วงเวลา เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า
ดำเนินการตามมาตรการด้านมนุษยธรรมและกฎหมายเท่านั้น ไม่ใช่การเปิดด่านให้สัญจรตามปกติ โดยมีเพียงกรณีเฉพาะ
เช่น การผลักดันบุคคลกลับประเทศหลังดำเนินการตามกฎหมายเสร็จสิ้น การรับคนไทยที่เจ็บป่วยฉุกเฉิน
หรือกรณีด้านมนุษยธรรมที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ยังยืนยันว่า….
ในปัจจุบัน นักเรียนที่เคยเดินทางข้ามแดน เพื่อมาเรียนหนังสือในฝั่งไทย “ยังไม่สามารถเดินทางเข้าออกได้ตามปกติ”
เนื่องจาก “มาตรการปิดด่าน” ยังมีผลบังคับใช้อยู่
ขณะเดียวกัน การลงพื้นที่บริเวณหน้าด่านชายแดน “บ้านคลองลึก” อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว
พบว่า สภาพพื้นที่ยังคงเงียบเหงา ไม่ปรากฏประชาชนเดินทางเข้าออก ไม่มีรถโดยสารหรือรถรับส่งนักเรียน
รวมถึง ไม่พบกิจกรรมการค้าขายที่เคยคึกคักในช่วงที่ด่านเปิดทำการตามปกติ
ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ยังแสดงความกังวลว่า
ข่าวลือที่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ อาจสร้างความสับสนให้กับประชาชน และส่งผลกระทบต่อการทำงานของหน่วยงานด้านความมั่นคง
รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง กองกำลังบูรพา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรการที่กำหนดอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการและแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเป็นหลัก
และตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูล เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน
ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่น ความมั่นคง และการดำเนินชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้ว
……………………………………………….
ข่าวออนไลน์นี้มันไว “อ่านปุ๊บ-ด่าปั๊บ” ถือว่าเป็นทั้งศัตรูและมิตรของรัฐบาล ของความมั่นคง
แต่เมื่อโฆษกรัฐบาลยืนยันแล้ว ก็ต้องเชื่อรัฐบาล
เรื่องปัญหาเขตแดนไทย-เขมรนี้ ฝ่ายไทยมีจุดยืนชัดเจน โดยนายกฯ อนุทินเคยพูดว่า
“หากกัมพูชายังยึดแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ ที่ฝรั่งเศสทำไว้ในอดีต ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเปิดโต๊ะเจรจากันอีก
ไทยเสนอให้ใช้แผนที่ ๑:๕๐,๐๐๐ เป็นหลักแทน
ถ้าพื้นที่ไหนยังขัดแย้งกัน ไทยจะใช้เทคโนโลยี LiDAR หรือเลเซอร์ความละเอียดสูง ลงพื้นที่สแกนและรังวัดของจริง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน”
เอ้า…งั้นสรุปแบบฟันธง ชั้วะเดียวขาดได้เลย
พิพาทไทย-เขมร….
จบที่ “ยก ๓” เป็นยกตัดสิน!
เปลว สีเงิน
๒ มิถุนายน ๒๕๖๙

