“แอสตร้าเซนเนก้า” เผยผลทดลองยาแอนติบอดีแบบผสม AZD7442 จากการศึกษาระยะที่ 3 แท็คเคิล (TACKLE) สำหรับการรักษาผู้ป่วยนอกพบลดความเสี่ยงในการเกิดโรครุนแรงหรือเสียชีวิตจากโรคโควิด-19

12 ตุลาคม 2564 “แอสตร้าเซนเนก้า เผยผลทดลองยาแอนติบอดีแบบผสม AZD7442 จากการศึกษาระยะที่ 3 แท็คเคิล (TACKLE) สำหรับการรักษาผู้ป่วยนอกพบลดความเสี่ยงในการเกิดโรครุนแรงหรือเสียชีวิตจากโรคโควิด-19”

• AZD7442 เป็นยาแอนติบอดีออกฤทธิ์ยาวแบบผสมเพียงตัวเดียวที่ให้ผลทั้งการป้องกันและการรักษาโรคโควิด-19

• จากการทดลองด้านการรักษาโรคโควิด-19 ในระยะที่ 3 ภายใต้การศึกษา แท็คเคิล (TACKLE) พบว่าได้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างมากโดย AZD7442 ของแอสตร้าเซนเนก้า เป็นยาแอนติบอดีออกฤทธิ์ยาว (Long Acting Antibody – LAAB) แบบผสมที่บรรลุผลในเชิงสถิติโดยแสดงให้เห็นถึงการลดความรุนแรงจากการติดเชื้อ หรือการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก (Placebo) ในการรักษาผู้ป่วยที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลที่มีอาการแสดงน้อยถึงปานกลางจากโรคโควิด-19

• ผู้เข้าร่วมการทดลองจำนวน 90% มาจากประชากรที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรครุนแรงจากการติดเชื้อโรคโควิด-19 ซึ่งรวมถึงผู้ที่มีโรคร่วมอื่นๆ ด้วย

• การศึกษาบรรลุผลลัพธ์หลัก โดยการใช้ยา AZD7442 ขนาด 600 มิลลิกรัม ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรครุนแรงหรือการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับการใช้ยาหลอก ในการทดลองกับผู้ป่วยนอกที่แสดงอาการมาไม่เกิน 7 วัน โดยจากการทดลองพบว่ามีการเกิดโรครุนแรงหรือเสียชีวิตจำนวน 18 ราย จากกลุ่มที่ได้ยา AZD7442 (18/407) และจำนวน 37 ราย จากกลุ่มที่ได้ยาหลอก (37/415) การทดลองดังกล่าวยังแสดงให้เห็นว่าตัวยามีความปลอดภัย

• ยา AZD7442 ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรครุนแรงหรือการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุได้ถึง 67%เมื่อเทียบกับการใช้ยาหลอก

• ฮิวจ์ มอนต์โกโมรี อาจารย์ภาควิชาเวชบำบัดผู้ป่วยหนัก มหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน และหัวหน้าทีมวิจัยของ TACKLE กล่าวว่า “จากการที่มีผู้ป่วยอาการหนักซึ่งเป็นผลมาจากการติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก เราจึงเล็งเห็นความจำเป็นอย่างมากในการวิจัยเพื่อหาวิธีการรักษาใหม่ๆ อย่างการใช้ยา AZD7442 ที่สามารถช่วยปกป้องประชากรกลุ่มเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด-19 และยังสามารถป้องกันอาการรุนแรงของโรคได้อีกด้วย ผลลัพธ์ในเชิงบวกที่เราได้รับแสดงให้เห็นว่าการใช้ยา AZD7442 โดยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อนั้นจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยต่อสู้กับโรคระบาดครั้งนี้”

• เมเน แพนกาลอส รองประธานบริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนาด้านยาชีวเภสัชภัณฑ์ (Biopharmaceuticals) ของแอสตร้าเซนเนก้า กล่าวว่า “ผลลัพธ์สำคัญของ AZD7442 ซึ่งเป็นยาแอนติบอดีออกฤทธิ์ยาวแบบผสม ทำให้เรามีหลักฐานที่ชัดเจนขึ้นว่ายาตัวนี้ สามารถใช้ในการป้องกันและรักษาโรคโควิด-19 ได้ การได้รับยานี้ในช่วงแรกหลังจากการติดเชื้อจะช่วยลดโอกาสในการเกิดโรครุนแรง และยังสามารถป้องกันโรคได้มากกว่า 6 เดือน”

• แอสตร้าเซนเนก้าได้ดำเนินการยื่นเอกสารเพื่อขอรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาเพื่อใช้ยา AZD7442 ในกรณีฉุกเฉิน สำหรับการป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว

• รายงานฉบับเต็มจากการศึกษา TACKLE อยู่ในขั้นตอนการยื่นตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์และจะมีการนำเสนอในการประชุมทางการแพทย์ต่อไป

เกี่ยวกับโครงการ แท็คเคิล (TACKLE)

TACKLE เป็นการทดลองในระยะที่ 3 แบบการสุ่มและปกปิดข้อมูลทั้งสองทาง และศึกษาควบคุมด้วยยาหลอก ภายในศูนย์ทดลองหลายแห่ง เพื่อให้ทราบถึงความปลอดภัย และประสิทธิผลของการใช้ยา AZD7442 ขนาด 600 มิลลิกรัม ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ เมื่อเทียบกับการใช้ยาหลอกในการรักษากลุ่มผู้ป่วยนอกจากโรคโควิด-19 การทดลองได้ดำเนินการขึ้นทั้งหมด 96 แห่งในบราซิล สาธารณรัฐเชค เยอรมัน ฮังการี อิตาลี ญี่ปุ่น เม็กซิโก โปแลนด์ สาธารณรัฐรัสเซีย สเปน ยูเครน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการเป็นจำนวน 903 คน โดยสุ่มที่จะได้ยา AZD7442 และยาหลอกในอัตรา 1:1 โดยมีผู้ได้รับ AZD7442 เป็นจำนวน 452 คน และมีคนได้รับน้ำเกลือหรือยาหลอกเป็นจำนวน 451 คน ซึ่งเป็นการฉีดเข้ากล้ามเนื้อสองจุดต่อเนื่องกัน

ผู้เข้าร่วมโครงการมีอายุ 18 ปีขึ้นไป และเป็นผู้ป่วยนอกจากการติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง และมีอาการในระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน ผู้เข้าร่วมโครงการต้องได้รับการยืนยันการติดเชื้อ SARS-CoV-2 ด้วยวิธีการทดสอบเชื้อทางโมเลกุล (การตรวจแอนติเจนหรือกรด นิวคลีอิก) จากตัวอย่างทางระบบทางเดินหายใจ (เช่น ทางช่องปาก ช่องจมูก หรือ น้ำมูก หรือ น้ำลาย) ซึ่งเป็นการเก็บเชื้อมาไม่เกิน 3 วันนับจากที่เข้าร่วมโครงการ

ประสิทธิผลระดับปฐมภูมิประกอบไปด้วยการติดเชื้อโควิด-19แบบรุนแรง หรือการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุที่เกิดขึ้นในช่วง 29 วัน ซึ่งการศึกษานี้จะดำเนินการติดตามผลต่อจนครบ 15 เดือน

ผู้เข้าร่วมโครงการราว 13% มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป นอกจากนั้น 90% ของผู้เข้าร่วมโครงการมีโรคประจำตัวและภาวะต่าง ๆ ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงจากโรคโควิด-19 ซึ่งรวมถึงโรคมะเร็ง เบาหวาน โรคอ้วน โรคปอดเรื้อรัง โรคหอบ โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โดย 62% ของผู้เข้าร่วมโครงการเป็นชาวคอร์เคเชียน 4% เป็นชาวแอฟริกัน-อเมริกัน 6% เป็นชาวเอเชีย และ 24% เป็นชาวอินเดียนอเมริกัน หรือชาวอลาสกันพื้นเมือง อีกประมาณ 52% ของผู้เข้าร่วมโครงการเป็นชาวละติน

เกี่ยวกับ แอสตร้าเซนเนก้า

แอสตร้าเซนเนก้า (ชื่อย่อหลักทรัพย์ AZN ในตลาดหลักทรัพย์ LSE/ STO/ Nasdaq) เป็นบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก มุ่งเน้นทางด้านการคิดค้น พัฒนา และจำหน่ายยาเพื่อการรักษาโรค โดยเฉพาะในกลุ่มยาโรคมะเร็ง กลุ่มยาโรคหัวใจ ไต และระบบเผาผลาญ และกลุ่มยาโรคทางเดินหายใจ แอสตร้าเซนเนก้า มีฐานอยู่ที่เมืองเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร และดำเนินธุรกิจในกว่า 100 ประเทศ และมีผู้ป่วยหลายล้านคนทั่วโลกที่ได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมยาต่างๆ จากแอสตร้าเซนเนก้า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาไปยังเว็บไซต์ astrazeneca.com และช่องทางทวิตเตอร์ @AstraZeneca

ข้อมูลอ้างอิง
1. Dong J, et al. Genetic and structural basis for recognition of SARS-CoV-2 spike protein by a two-antibody cocktail. bioRxiv. 2021; doi: 10.1101/2021.01.27.428529.
2. Robbie GJ, et al. A novel investigational Fc-modified humanized monoclonal antibody, motavizumab-YTE, has an extended half-life in healthy adults. Antimicrob Agents Chemother. 2013; 57 (12): 6147-53.
3. Griffin MP, et al. Safety, tolerability, and pharmacokinetics of MEDI8897, the respiratory syncytial virus prefusion F-targeting monoclonal antibody with an extended half-life, in healthy adults. Antimicrob Agents Chemother. 2017; 61(3): e01714-16.
4. Domachowske JB, et al. Safety, tolerability and pharmacokinetics of MEDI8897, an extended half-life single-dose respiratory syncytial virus prefusion F-targeting monoclonal antibody administered as a single dose to healthy preterm infants. Pediatr Infect Dis J. 2018; 37(9): 886-892.
5. Loo Y-M, et al. AZD7442 demonstrates prophylactic and therapeutic efficacy in non-human primates and extended half-life in humans. medRxiv. Cold Spring Harbor Laboratory Press; 2021 [preprint] Available from: https://www.medrxiv.org/content/10.1101/2021.08.30.21262666v1.
6. van Erp EA, et al. Fc-mediated antibody effector functions during respiratory syncytial virus infection and disease. Front Immunol. 2019; 10: 548.
7. Zost SJ, et al. Potently neutralizing and protective human antibodies against SARS-CoV 2. Nature. 2020; 584: 443–449.
8. ACTIV. National Center for Advancing Translational Sciences OpenData Portal. SARS-CoV-2 Variants & Therapeutics, All Variants Reported in vitro Therapeutic Activity. Available at: https://opendata.ncats.nih.gov/variant/activity [Last accessed: September 2021].


Written By
More from pp
สจล.เชิญชวนผู้สนใจสมัคร หลักสูตรระยะสั้น “เทคโนโลยีมิกซ์เสียง 360 องศา Dolby Atmos Pro Tools Mixing Course” วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต
วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กำหนดจัดงานอบรมหลักสูตรระยะสั้น “เทคโนโลยีมิกซ์เสียง360 องศา Dolby Atmos Pro Tools Mixing Course” ให้กับบุคคลที่สนใจสมัครเรียน...
Read More
0 replies on ““แอสตร้าเซนเนก้า” เผยผลทดลองยาแอนติบอดีแบบผสม AZD7442 จากการศึกษาระยะที่ 3 แท็คเคิล (TACKLE) สำหรับการรักษาผู้ป่วยนอกพบลดความเสี่ยงในการเกิดโรครุนแรงหรือเสียชีวิตจากโรคโควิด-19”