2 พฤศจิกายน 2569 ที่ จ.อุดรธานี นายเจเศรษฐ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่โครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำและปรับปรุงภูมิทัศน์คลองห้วยหมากแข้ง ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ที่ อ.เมือง จ.อุดรธานีโดยมีนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่
ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายเจเศรษฐ์ได้ติดตามความคืบหน้าโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์คลองห้วยหมากแข้ง ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ คือ การพัฒนาจังหวัดอุดรธานีให้เป็นเมืองน่าอยู่ เป็นแหล่งท่องเที่ยว พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลองเพื่อสร้างพื้นที่สาธารณะ และเร่งประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ โดยมีกรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ
จากนั้น เวลา 13.00 น. นายเจเศรษฐ์ และคณะได้เดินทางมายังการประปาส่วนภูมิภาคสาขาอุดรธานี พร้อมรับฟังการรายงาน โดยนายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ในจังหวัดอุดรธานีมีการขยายเขตพื้นที่รองรับหลายด้าน โดยเฉพาะผู้ใช้น้ำ ตนกำชับในทุกพื้นที่ในช่วงเวลาเข้าสู่ภัยแล้ง ซึ่งเข้าใจสภาพดีในเรื่องของน้ำดิบบางพื้นที่อาจมีปัญหา ซึ่งต้องดูตั้งแต่เรื่องน้ำดิบ ถ้าน้ำดิบเริ่มมีปัญหา หรือเริ่มส่งผลต่อกระบวนการผลิต ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ช่วยกำชับ รวมถึงผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงานต้องรอบคอบก่อนที่จะจ่ายน้ำ ไม่อย่างนั้นจะจ่ายน้ำไม่มีคุณภาพ ไม่มีความใส มีกลิ่น วันนี้เรากำลังจะก้าวเข้าสู่อีกยุคหนึ่ง เราต้องจัดการปัญหาเรื่องพวกนี้ให้หมด ถ้ายังอยู่ปัญหาการผลิตน้ำไม่มีคุณภาพจะวนไป
นายเจเศรษฐ์ กล่าวอีกว่า เขตพื้นที่นี้มีประเด็นการเมืองเยอะมาก เรื่องปัญหาคุณภาพน้ำ ตนไม่อยากให้เรื่องน้ำประปาเป็นประเด็นทางการเมือง เพราะเรื่องน้ำประปาเป็นคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชน ต้องมองลึกกว่านั้นว่าผู้ใช้น้ำเป็นลูกค้า เป็นผู้มีพระคุณ ฉะนั้น การดูแลในแต่ละพื้นที่ต้องใส่ใจรายละเอียดเป็นอย่างมาก ตนขอฝากเรื่องภัยแล้งที่กำลังจะเจอ หนักแน่นอนพื้นที่ไหนเคยประสบเหตุภัยแล้งขอให้ทำแผนรับมือสถานการณ์ ก่อนหน้าเราเพิ่งทำแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วมไป ตอนนี้ต้องเป็นเรื่องภัยแล้ง ซึ่งตนย้ำในทุกหน่วยงานที่กำกับดูแล สิ่งที่รัฐบาลนี้โดยเฉพาะตนเป็นรัฐมนตรีมีอยู่หนึ่งเรื่องที่ใช้ประโยชน์ได้ คือการบูรณาการ เราสามารถบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นมหาดไทย ทบวงกรมต่างๆสามารถทำการบูรณาการได้ แต่ขอให้ตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชน
จากนั้น เวลา 14.10 น. นายเจเศรษฐ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่ ว่า จากการลงพื้นที่ในวันนี้ได้มีการติดตามการปรับปรุงภูมิทัศน์ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งได้มีการกำชับเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะรับโอนจากเทศบาล ได้มีการเตรียมความพร้อมกับเทศบาล เตรียมการบำรุงรักษา เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด โดยเฉพาะการรองรับน้ำเสีย และรองรับปริมาณน้ำฝน เพื่อแก้ไขปัญหาในกรณีเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง ส่วนเรื่องการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดอุดรธานี ตนได้กำชับการบริหารจัดการน้ำ ตั้งแต่น้ำดิบ เพราะประชาชนมีความกังวลตั้งแต่เรื่องน้ำดิบว่าน้ำดิบที่มาจากแม่น้ำโขงจะมีปัญหาเรื่องโลหะหนักหรือไม่ พร้อมยืนยันว่า การประปาส่วนภูมิภาคมีการตรวจสอบน้ำที่ละเอียด และให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องคุณภาพน้ำ โดยเฉพาะน้ำที่ผ่านการกรองของการประปาส่วนภูมิภาค ถือว่ามีคุณภาพตามมาตรฐานโลก แต่ที่มีปัญหาในขณะนี้เป็นปัญหาในส่วนของการประปาในหมู่บ้าน ประปาผิวดิน ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของหมู่บ้าน หรือ อบต. ตนได้กำชับกับการประปาส่วนภูมิภาคในเบื้องต้นจะเข้าไปให้คำแนะนำ และให้ความรู้ในส่วนของการผลิตน้ำ ส่วนที่สองเราจะรับโอนกิจการถ้าในพื้นที่นั้นมีความพร้อม เพื่อให้การประปาส่วนภูมิภาคเข้าไปดูแล บริหารจัดการ ซึ่งตรงนี้จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน
เมื่อถามว่า ในที่ประชุมนายเจเศรษฐ์ได้กำชับว่าไม่อยากให้การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เป็นเรื่องการเมือง นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า เราอยากจะทำอะไรอยากทำให้ถาวร โดยเฉพาะเรื่องการบริการน้ำเพื่อประชาชน ซึ่งก่อนหน้านี้ในห้วงหลายปีที่ผ่านมา เมื่อถึงสถานการณ์เลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นระดับท้องถิ่นหรือระดับประเทศ เรื่องประปาจะถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นทางการเมือง มาเป็นข้อโต้แย้ง หรือนำมาโจมตีซึ่งกันและกัน ซึ่งทางที่ดีที่สุดควรเป็นเรื่องการเสนอแนะวิธีการทำงาน หรือแนวทางที่ทำงานได้จริงตรงนี้จะเป็นสิ่งสำคัญ
นายเจเศรษฐ์ ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของการประปาส่วนภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับงานมหกรรมพืชสวนโลกเพื่อสร้างความมั่นใจกับประชาชน ว่า ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าการเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดอุดรธานีเพื่อมาเที่ยวงานมหกรรมพืชสวนโลก เรามีการดูแลบริหารจัดการทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำประปาหรือการไฟฟ้า เรื่องคมนาคม เรื่องการท่องเที่ยว จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนเดินทางมาท่องเที่ยวในห้วงเทศกาลนี้
นายเจเศรษฐ์ ยัง กล่าวถึงสถานการณ์ที่หลายประเทศสั่งให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และสถานการณ์ความขัดแย้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ ว่า ในแนวความคิดของตนแบ่งออกเป็น 2 ส่วน หากเป็นเรื่องสงคราม โดยเฉพาะสงครามทางเทคโนโลยี ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะมีการประชุมเตรียมรับมือในเร็วๆ นี้
ส่วนการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติ สำหรับประชาชนที่มีความพร้อม มีการเตรียมพร้อมเอาไว้ก็จะดีที่สุด และรัฐบาลโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เตรียมพร้อมและประชาสัมพันธ์อยู่แล้ว ทั้งถุงยังชีพ ยารักษาโรค อุปกรณ์การสื่อสารที่ควรจัดเตรียมไว้ ส่วนประชาชนที่ไม่มีความพร้อมในการเตรียม เราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะทางปภ.ก็มีความพร้อมในการเตรียมทั้งอาหารและสิ่งของจำเป็นหากเกิดสถานการณ์ไว้อยู่แล้ว ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค นอกจากนี้ทางปภ.ได้ประเมินสถานการณ์ทุกเดือน เพราะภัยพิบัติมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ดังนั้นการรับมือและเตรียมความพร้อมจึงต้องแตกต่างกันไป
เมื่อถามถึงระบบเตือนภัยของรัฐบาลมีความพร้อมแล้วใช่หรือไม่ นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ระบบการเตือนภัยของเราได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้หยุดอยู่เฉยๆ รวมถึงระบบเซลล์บรอดแคสต์ หอกระจายข่าว อาสาสมัครชุมชน รวมถึงองค์กรปกครองส่วน และ โดยเฉพาะในระดับจังหวัดได้มีการสั่งให้เฝ้าติดตามสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่
เมื่อถามว่าขณะนี้ประชาชนจะต้องถึงขั้นมีความกังวลเลยหรือไม่ นายเจเศรษฐ์ยิ้มก่อนกล่าวว่า ต้องถามว่ากังวลเรื่องอะไร หากเป็นเรื่องภัยพิบัติตนยอมรับว่าสถานการณ์มีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้น ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยแต่เกิดขึ้นทั่วโลก เช่น ในยุโรปจะประสบภัยหนาว ญี่ปุ่นมีความกังวลเรื่องวงแหวนแห่งไฟ (ภูเขาไฟ) ส่วนในไทยก็จะมีเรื่องอุทกภัยและภัยแล้ง รวมถึงวาตภัย ซึ่งเราจะมุ่งไปในระบบการเรียนรู้ของประชาชน ให้มีความพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์.
