เปลว สีเงิน
โลกคงหายใจคล่องขึ้น
เมื่อ “ทรัมป์” ต่อสายคุยกับ “ปูติน” เมื่อศุกร์ที่ ๙ ตุลา ๖๙
ปรากฏว่า คุยกัน “ถูกคอ-ถูกกระเดือก”
ทรัมป์ “ระงับคว่ำบาตรรัสเซีย” ทางการค้าเชื้อเพลิงและน้ำมันดีเซล “เป็นการชั่วคราว”
ชั่วคราวของทรัมป์ “ยาวค่อนปี” คือ “ข้ามปีนี้” ไปถึง ๗ เมษายน ปี ๒๕๗๐ โน่น!
“ทรัมป์” โพสต์สื่อโซเชียล ว่า….
“ได้มีการหารือที่ “ประสบความสำเร็จอย่างสูง” กับประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน”
ทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่า…..
“รัสเซียจะจัดหาน้ำมันดีเซลมากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ เมตริกตันให้กับสหรัฐฯ และตลาดโลกในทันที ซึ่งเท่ากับ ๒.๒๕ ล้านบาร์เรล”
และอีก ๕๐๐,๐๐๐ ตัน ในเดือนพฤศจิกายน และอีก ๑ ล้านตัน ตามมาไม่นานหลังจากนั้น!
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังบอก
“มอสโกสามารถจัดหาน้ำมันดีเซลได้มากถึง ๓ ล้านตัน “ในระยะสั้น” โดยขึ้นอยู่กับสภาพโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย ที่กำลังถูกยูเครนโจมตีด้วยอาวุธระยะไกลอย่างต่อเนื่อง”
ตอนนี้ “กระทรวงการคลังสหรัฐฯ”……
ออก “ใบอนุญาต” ให้รัสเซียมีการ “ขาย ขนส่ง และนำเข้า”
“น้ำมันดีเซลจากรัสเซีย….เข้าสู่สหรัฐฯ และตลาดโลกแล้ว”!
เหตุผลที่ทรัมป์เล่นบท “ตลกแสบทวารเซเลนสกี้” ครั้งนี้
อ้างว่า…..
“เป็นการผ่อนปรนเพื่อช่วยควบคุมและสร้างเสถียรภาพให้กับราคาน้ำมันโลกและแก้ปัญหาพลังงาน”
ไม่พูดซักคำว่า….
เพื่อผลทางการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมีขึ้น ๓ พฤศจิกา.นี้ การนำเข้าดีเซลรัสเซีย จะทำให้ราคาน้ำมันดีเซลในสหรัฐที่แพงหูกระดิก “ถูกลง”
ต้องเข้าใจว่า การจูบปากกับปูติน และไล่ตะเพิดเซเลนสกี้ให้ลงจากเก้าอี้ตำแหน่งประธานาธิบดียูเครน
เท่ากับทรัมป์ใช้กระสุนนัดเดียว ได้นก ๒ ตัว!
ตัวแรก ได้ดีเซลจากรัสเซียเข้ามาแก้ปัญหาขาดแคลนในสหรัฐฯ
ตัวที่สอง ทรัมป์ต้องการส่งสัญญานถึงอเมริกันชนกรายๆ ว่า
“หนูเลิกแล้วค่ะ…
จะไม่ขนเงินไปอุ้มสงครามยูเครนอีกแล้วค่ะ เพราะตูดกลวงแล้วค่ะ!”
แบบนี้ อาจช่วยให้คะแนนพรรครีพับลิกันตีตื้นขึ้นมาบ้างก็ได้ในการเลือกตั้ง ๓ พ.ย.
เลือกตั้งครั้งนี้ เลือกทั้งสภาผู้แทนราษฎร (วาระ ๒ ปี)
เลือกตั้งใหม่หมดทั้ง ๔๓๕ ที่นั่ง
ซึ่งขณะนี้ รีพับลิกันเป็นรัฐบาลข้างมากแบบเสียงปริ่มน้ำ
เพราะมีสส.แค่ ๒๑๘ ที่นั่งเท่านั้นเอง ในจำนวน ๔๓๕ ที่นั่ง
และเลือกตั้งวุฒิสภา (มีวาระ ๖ ปี)
จากจำนวนเต็ม ๑๐๐ ที่นั่ง ปัจจุบัน รีพับลิกัน มีแค่ ๕๓ ที่นั่งเท่านั้น!
ในการเลือกตั้ง ๓ พ.ย.นี้ สภาสูงจะเลือกตั้งแค่ ๓๕ ที่นั่ง
ส่วน “ผู้ว่าการรัฐ” จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐ ใน ๓๙ รัฐ
เนี่ย….
เมื่อพรรครีพับลิกันเสียงปริ่มน้ำชนิดเปียกตูดทั้ง ๒ สภาเช่นนี้
๓ พ.ย.ถ้าเดโมแครตได้เสียงข้างมากไปใน “สภาใด-สภาหนึ่ง”
“ทรัมป์” ไม่ตกเก้าอี้หรอก แต่จะเป็นประธานาธิบดี “ขาด้วน” ไปข้าง
ส่งผลให้การดำเนินนโยบายต่างๆ กระโดก-กระเดกไปหมด ถึงขั้นแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย!
ดังนั้น ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งกลางเทอม ทรัมป์ต้องทำทุกอย่างให้ “ถูกตา-ถูกใจ” อเมริกันให้มากที่สุด!
แล้ว “ประธานาธิบดีปูติน” น้อมสนองการ “หงายบาตร” ว่าไง?
“ทำเนียบเครมลิน” ออกแถลงการณ์ว่า….
“รัสเซียพร้อมที่จะจัดหาน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมให้กับสหรัฐอเมริกาและตลาดโลก โดยมอสโกเชื่อว่าการดำเนินการนี้ จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ โลกโดยรวม”
และที่ทรัมป์ตะเพิดเซเลนสกี้ให้ลงจากเก้าอี้ประธานาธิบดียูเครน ทางรัสเซียเก็บกิริยาอาการพอใจ
แล้ว “คิริลล์ ดมิทรีฟ” ทูตพิเศษของเครมลินด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ก็บอกว่า
“ยินดีกับการเรียกร้องของ “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” ที่ต้องการให้ยูเครนมี “ประธานาธิบดีคนใหม่” มานำพาประเทศ”
ส่วน “เซเลนสกี้” โกรธจนเคราสั่น บอกว่า “เป็นการตัดสินใจที่อ่อนแอของฝ่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง”
และโพสต์ X ว่า……
“การให้ของขวัญแก่ “ปูติน” จะไม่นำมาซึ่งสันติภาพหรือผลประโยชน์ใดๆ แก่โลกอารยะ รัสเซียจะ “ตอบแทน” น้ำมันดีเซลด้วยการก่อการร้ายและการทรยศหักหลังที่มากขึ้น”
การซื้อไพ่ใบนี้ของทรัมป์ ก็ใช่ว่าสส.พรรครีบพับลิกันจะเห็นด้วยทั้งหมด
“สส.ดอน เบคอน” โพสต์ X ว่า
“นี่เป็นเวลาที่เราต้องใช้มาตรการ “คว่ำบาตร” เพื่อบีบเครื่องจักรสงครามของปูติน ไม่ใช่ให้รางวัลแก่เผด็จการด้วยการให้เงินเพิ่มแก่เขา ในขณะที่เขายังคงโจมตีและสังหารพลเรือนยูเครน”
ฝ่ายสหรัฐฯ จะว่าไง ก็ว่ากันไป
แค่ฝ่ายรัสเซีย “เฮียปู” ยิ้มกริ่ม การยุติคว่ำบาตรด้านพลังงาน จะทำให้รัสเซียมีรายได้เข้าประเทศ จากการ “ขายน้ำมัน”ให้สหรัฐและตลาดโลกเป็นกอบเป็นกำ
เรียกว่ามี “กระสุน-ดินดำ” มาอัดตูดยูเครนได้อีกจั๋งหนับ
ยิ่งทรัมป์แสดงท่าที “ลอยแพ” เซเลนสกี้
หันไปช่วยซาอุฯ อัด “ฮูตี” ที่กำแหงมาถล่มสนามบินริยาดเมื่อวาน
แบบนี้ เห็นที “เซเลนสกี้” จะลงหม้อสุกี้ซะก็ไม่รู้
เพราะผมเชื่อว่า รัสเซียจะถือจังหวะนี้ รีบ “เผด็จศึกยูเครน” ก่อนเลือกตั้งกลางเทอม ๓ พ.ย.แน่
เพราะจะไปแน่ใจทรัมป์ได้อย่างไรว่า…..
เมื่อเลือกผ่านไป ทรัมป์จะไม่เปลี่ยนใจ!?
หันกลับมา “คว่ำบาตร” รัสเซียใหม่ แล้วส่งยุทธปัจจัยให้ยูเครนอีก
ขึ้นชื่อว่าทรัมป์ เปลี่ยนได้วันละหลายร้อยหน!
เมื่อ “หงายบาตร” ให้ตอนนี้ ทำอะไรได้ ก็ต้องรีบทำ
เพราะเชื่อเถอะ…
มาตรการ “เลิกคว่ำบาตร” ของทรัมป์ต่อรัสเซีย ถึง ๗ เมษา.๗๐ นั่นน่ะ
เอาให้มันครบแค่เดือนพฤศจิกา.ก่อนเถอะ
แค่นั้น ก็ต้องนับถือแล้วว่า “ทรัมป์เป็นคนมีสัตย์”!
ครับ……
คุยเรื่องนอกบ้านแล้ว มาคุยเรื่องในบ้านกันบ้าง
จากวันนี้..๑๒-๑๘ ตุลา.ที่ “ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” มีการประชุมประจำปี…
“สภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และกลุ่มธนาคารโลก” หรือ “IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026” ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ
แต่ “นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รองนายกฯ และรัฐมนตรีต่างประเทศ…ไม่อยู่
นำคณะผู้แทนไทย เดินทางไปกรุงเฮก “เนเธอร์แลนด์”
เพื่อเข้าร่วมประชุม….
“คณะกรรมาธิการประนอมข้อพิพาททางทะเลไทย–กัมพูชา” ครั้งที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๑๔-๑๘ ตุลา.๖๙
ภายใต้กรอบ “อนุสัญญาสหประชาชาติ” ว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. ๑๙๘๒(UNCLOS)
ต่อจากการประชุมครั้งแรกที่สิงคโปร์เมื่อเดือนกันยา.
ฝ่ายไทย มีธงว่า….
ไทยจะนำเสนอ “ข้อมูลทางเทคนิค” และ “ข้อเท็จจริง” เพื่อแสวงหาทางออกที่เป็นธรรม ตามกฎหมายระหว่างประเทศ
โดยยืนยันว่า….
“การเจรจาผ่านกลไก “ทวิภาคี” ยังคงมีความสำคัญ ต่อการสร้างความไว้วางใจและการหาข้อยุติที่ยั่งยืน”
ประเด็นสำคัญ ที่ชาวบ้านต้องทำความเข้าใจคือ
การประชุมประนอม… “ไม่ใช่การพิจารณาคดีที่ตัดสินว่าใครได้หรือเสียพื้นที่ทะเลทันที”
-คณะกรรมาธิการ มีหน้าที่ “รับฟังข้อเสนอ”
-ตรวจสอบข้อเท็จจริง และ
-เสนอแนวทางประนีประนอม
ทั้งนี้….รายงานและข้อเสนอแนะ “ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย”
แต่เป็นพื้นฐานให้ “ทั้งสองฝ่าย” นำไปเจรจาต่อ
การประชุมรอบนี้….เป็นอีกขั้นของกระบวนการที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะ
-ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแนวเขตทางทะเล
-สิทธิทางทะเล และ
-ทรัพยากรพลังงาน
ซึ่งไทยและกัมพูชาต้องหาทางออกภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ โดยคำนึงถึงสิทธิและผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ
ส่วนทางฝ่ายเขมร “นายปรัก สุคน” รัฐมนตรีต่างประเทศ ก็นำคณะเดินทางไปเช่นกัน
โดยทางฝ่ายเขมร มีธงว่า…..
กัมพูชามีเจตจำนงที่จะ “จัดทำสนธิสัญญากับไทย” เพื่อกำหนด “เส้นเขตแดน” ทางทะเล “เส้นเดียว”
สำหรับ “ทุกวัตถุประสงค์” ระหว่างสองประเทศ
หรือ…จัดทำข้อตกลง
“เพื่อพัฒนาร่วมกันและแบ่งปันทรัพยากรอย่างเป็นธรรม” กับเส้นเขตแดนทางทะเล
หาก “ไม่สามารถบรรลุผล”…..ตามทางเลือกใดทางเลือกหนึ่งดังกล่าว
“กัมพูชา” จะขอให้ “คณะกรรมาธิการประนอม” จัดทำ “ข้อเสนอแนะ” ที่สามารถใช้เป็นพื้นฐานสำหรับ “การเจรจาในอนาคต”
โดยสอดคล้องกับพันธกรณีของทั้งสองประเทศ ภายใต้ “อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล”
ครับ…จะเข้าใจยากหน่อย
ฉะนั้น ต้องค่อยๆอ่ าน ทำความเข้าใจไปทีละบรรทัด เหมือนอ่านจดหมายรัก
ถ้าอ่านพรืดเดียวเหมือนจดหมายทวงหนี้ จะหูอื้อ!
สรุปชัดๆ เขมรอยากมีเอี่ยวพลังงานในอ่าวไทย
ส่วนไทย “ยืนยันสิทธิ์ในข้อสงวนของไทย”
“เกาะกูด” ไม่มีบนโต๊ะเจรจา
เรื่องอื่นๆ จะมีการพูดถึง ก็ต่อเมื่อ….
“การแบ่งเขตทางทะเล ระหว่างไทย-เขมร”
“จะมีความชัดเจน”!
-เปลว สีเงิน
๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๙
