“นี่ไง…การบินไทย”! #เปลวสีเงิน

เปลว สีเงิน

“นายชาย เอี่ยมศิริ”

คุณเป็น CEO “การบินไทย” ใช่มั้ย?

ต้องบอกว่า ความเป็น “ผู้นำองค์กร” ของคุณแย่มาก!

แค่ฝนตก น้ำท่วมขังเป็นบางจุด เมื่อ ๒๖ กันยา.๖๙

คุณกลับปล่อยให้กระเป๋าผู้โดยสารการบินไทย

“ตกค้าง” กว่า ๕,๖๐๐ ใบ

ต้องยกเลิกเที่ยวบินเพิ่มอีก ๒๒ เที่ยวบิน

และส่งผลกระทบผู้โดยสารสายการบินอื่นๆ อีก ๕๒ เที่ยวบิน

ความเสียหายนี้ ตีค่าเป็นตัวเงินเท่าไหร่

นั่นยังไม่เท่า ความเสียชื่อสียง เสียมาตรฐานในการบริการ ซึ่งไม่เฉพาะกับการบินไทยเท่านั้น

ยังพินาศป่นปี้ถึงชื่อเสียง “สนามบินสุวรรณภูมิ” อีกด้วย!

ทั้งหมดนี้…

เกิดจากการบริหารที่มีปัญหาของ “นายชาย เอี่ยมศิริ” โดยตรง

“การบินไทย…สายการบินแห่งชาติ”

ต้องมาพังเพราะ “CEO การบินไทย” ที่อ้างว่า

“หาพนักงานมาลำเลียงและคัดแยกกระเป๋าสู่สายพานให้ผู้โดยสารไม่ได้เพราะน้ำท่วม?”

ฟังแล้ว “ผะอืด-ผะอม” ยังไงไม่รู้!

“นายชาย เอี่ยมศิริ” ให้สัมภาษณ์ THE STANDARD WEALTH ถึงสาเหตุหลักของปัญหาว่า

เกิดจากการที่พนักงานปฏิบัติการ ทั้งในกลุ่มแรงงานทั่วไปและพนักงานทักษะพิเศษที่มีใบอนุญาต (Skill/License) ในการควบคุมเครื่องมืออุปกรณ์ภาคพื้น

ไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติงานได้ตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากบ้านเรือนและที่พักอาศัยประสบปัญหาน้ำท่วมขัง

แม้ทางบริษัทฯ จะพยายามแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการจัดส่งรถตระเวนไปรับพนักงานถึงหน้าบ้าน

แต่พนักงานบางส่วนยังไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้

เนื่องจากมีความห่วงใยความปลอดภัยของครอบครัวและทรัพย์สินที่บ้าน

ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้กำลังคนหน้างานขาดแคลนอย่างหนัก และเกิดปัญหากระเป๋าเดินทางรวมถึงสินค้าคาร์โก้สะสมตกค้างในพื้นที่สนามบินจนกลายเป็นภาวะดินพอกหางหมู

THE STANDARD ถาม

“เหตุใดสายการบินอื่นจึงจัดการปัญหาหน้างานได้ ทั้งที่พนักงานเจอปัญหาน้ำท่วมเช่นเดียวกัน?

CEO การบินไทย ชี้แจงว่า

สุวรรณภูมิคือฐานการบินหลัก เที่ยวบินทั้งหมดของการบินไทย ต้องบินกลับมาเริ่มต้นและจบที่กรุงเทพฯ

แตกต่างจากสายการบินอื่น ที่ไม่ได้มีกรุงเทพฯ เป็นฐานการบินหลัก และมีจำนวนเที่ยวบินน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด

และการบินไทย…

ไม่ได้ดูแลเฉพาะเที่ยวบินของตัวเองเท่านั้น

“ยังเป็นผู้ให้บริการ Ground Handling แก่สายการบินพันธมิตรและสายการบินลูกค้ารายอื่นอีกหลายสายการบิน”

นายชาย ยืนยันว่า

“จากการลงพื้นที่ด้วยตนเอง พบว่าสายการบินลูกค้าและผู้ประกอบการรายอื่น ก็ประสบปัญหากระเป๋าล่าช้าเช่นกัน”

ครับ…

ฟังดูทะแม่งๆ ทำไมช่างบังเอิญที่พนักงานในส่วนนี้ของการบินไทย จำเพาะมีบ้านอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังเหมือนกันหมดก็ไม่ทราบ

และอีกอย่าง ขนาดมีรถไปรับยังไม่มา อ้างห่วงบ้าน!?

มันผิดปกติอยู่นะ!

ผมว่าเรื่องนี้ มันซับซ้อน-ซ่อนเงื่อนบางอย่างที่ CEO การบินไทยยังพูดไม่หมดก็เป็นได้

ทีนี้ ไปดูทางรมว.ท่องเที่ยวและการกีฬา “นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” บ้าง ท่านเป็นอีกคนหนึ่ง ที่เจอปัญหานี้กับตัวเอง

ท่านบอกว่า…

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับกระทรวงกลาโหม และกระทรวงคมนาคม

พบสาเหตุสำคัญ…..

“เกิดจากการที่ “การบินไทย”ไปรับบริการขนสัมภาระให้กับสายการบินในเครืออื่น

เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับ

ทำให้ต้องดึงพนักงานไปช่วยสายการบินอื่นจนขาดแคลน”

ประกอบกับช่วงฝนตกหนัก…

พนักงานขนสัมภาระเดินทางมาทำงานไม่ได้ ยิ่งส่งผลให้กระเป๋าตกค้างสะสมจำนวนมาก

แม้เบื้องต้นจะขอกำลังทหารกว่าร้อยนายมาช่วยลำเลียงสัมภาระเพื่อนำส่งไปยังที่พักของนักท่องเที่ยว

คาดว่าจะใช้เวลาเคลียร์ประมาณ ๓-๔ วัน

“รมว.ท่องเที่ยว” กล่าวว่า

“การทำงานของผู้บริหารสายการบินไทยไร้ความพยายามในการแก้ปัญหา ไม่ให้ความร่วมมือ และไม่สอดรับกับการช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่น ทั้งที่กระทรวงกลาโหมส่งกำลังพลมาช่วย

แต่กลับไม่มีการดูแลเรื่องอาหารและที่พักให้ทหาร จนต้องกลับไปรับประทานอาหารที่หน่วยตนเอง”

“ผู้บริหารจะต้องทำงานเชิงรุกมากกว่านี้

หากคิดว่าใกล้ครบวาระแล้วจะไม่ทำอะไรเลย…ไม่ได้

ถ้าไม่พร้อมทำงาน ก็ควรพิจารณาตัวเองและลาออกไป

คนอื่นที่พร้อมจะได้เข้ามาทำหน้าที่”

นอกจากนี้ รมว.ท่องเที่ยวฯ ยังกล่าวว่า

“ผมเองประสบปัญหาด้วยตนเองหลังเดินทางกลับจากการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ซึ่งก็ไม่ได้รับกระเป๋าเช่นกัน”!

รัฐมนตรีสุรศักดิ์ มองว่า…

แม้ปัจจุบันการบินไทยจะมีสถานะเป็น “บริษัทเอกชน” แต่ “กระทรวงการคลัง” ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

เห็นควรให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเรียกประชุม “บอร์ดการบินไทย” ด่วนเพื่อแก้ปัญหานี้

ท่านรัฐมนตรียังเสนอให้นำการบินไทยกลับมาอยู่ใต้การดูแลของรัฐอีกครั้ง

จากคำให้สัมภาษณ์นายชาย “CEO การบินไทย” จะเห็นว่า

มันย้อนแย้งกันเอง กับที่บอก “พนักงานน้ำท่วม ไม่ยอมมา”

ขณะเดียวกัน กลับบอกว่า…

“การบินไทย ยังเป็นผู้ให้บริการ Ground Handling แก่สายการบินพันธมิตร และสายการบินลูกค้ารายอื่นอีกหลายสายการบิน”

ก็แสดงว่ามีพนักงานมาทำงานนี่….

แต่การบินไทย

เอาพนักงานไปรับจ้างขนกระเป๋าให้กับสายการบินอื่นๆ

พูดง่ายๆ คือ การบินไทยเล่น “อัฐยายแลกขนมยาย”!

เป็นไปตามที่ “รัฐมนตรีสุรศักดิ์” บอก คือ

“เกิดจากการที่ “การบินไทย” ไปรับบริการขนสัมภาระให้กับสายการบินในเครืออื่น

เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับ

ทำให้ต้องดึงพนักงานไปช่วยสายการบินอื่นจนขาดแคลน”

ก็เป็นเพราะอย่างนี้นี่เล่า

กระเป๋าสายการบินไทยถึงได้กองเป็นภูเขาเลากา ไม่มีพนักงานขน

เพราะเอาพนักงานการบินไทยไปรับจ๊อบซะนี่!

ที่ CEO ชาย บอกว่า สายการบินอื่นก็พบปัญหากระเป๋าล่าช้าเหมือนกันนั้น

“บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)” หรือ AOT ผู้บริหารสนามบินสุวรรณภูมิ

ยืนยันในเรื่องนี้ว่า…..ไม่จริง

“ปัญหาเกิดเฉพาะเที่ยวบินที่ใช้บริการภาคพื้นของ “การบินไทย” เท่านั้น ผู้ให้บริการรายอื่นไม่มีปัญหา”!

AOT ยังแฉด้วยว่า…

“สัญญาภาคพื้นของการบินไทย ทำไว้ราว ๒๐ ปีก่อน มีอายุ ๓๕ ปี ไปจนถึงประมาณปี ๒๕๗๘

และไม่มีเงื่อนไขค่าปรับหรือบทลงโทษกรณีบริการล่าช้าเลย”

ตรงนี้ ต่างกับสัญญาสายการบินอื่น

ที่เขามีสัญญาค่าปรับกรณีลำเลียงล่าช้า!

จึงเป็นประเด็นน่าสังเกตว่า….

ที่การบินไทยเอาพนักงานการบินไทยไปลำเลียงกระเป๋าให้สายการบินพันธมิตร แทนที่จะลำเลียงของตัวเองนั้น

คงเพราะมีสัญญา “ค่าปรับ” ถ้าล่าช้า

จึงรีบไปทำงานนอกก่อน!

ส่วนงานลำลียงกระเป๋าสายการบินไทยของตัวเอง

ช้าก็ไม่เป็นไร เพราะไม่มีค่าปรับ มีความน่าจะเป็นเช่นนั้น?

ประเด็นนี้ บอร์ดการบินไทย

ที่ “นายลวรณ แสงสนิท” ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน

น่าจะประชุมและทำความจริงให้กระจ่าง

ว่าในการบินไทยมี “ไทเกอร์ สลีป อีท” ทำเอาต์ซอร์สหรือไม่?

ข้ออ้างเรื่องน้ำท่วม เอารถไปรับ ก็ไม่ยอมมา

มันไม่ “สมเหตุ-สมผล” เลย

แล้วทำไมพนักงานสายการบินอื่นเขามาได้

แต่การบินไทยมาไม่ได้?

ในขณะเดียวกันที่อ้าง…..

ไม่มีพนักงานมาลำเลียงกระเป๋าให้สายการบินไทย

แต่กลับมีพนักงานการบินไทย

ไปลำเลียงกระเป๋าให้สายการบินอื่น

แบบนี้มันหมายความว่าไง?

“นายชาย” คงมีคำอธิบายที่น่าเชื่อได้ว่าบ้างกระมัง?

ว่ากันโดยสัตย์ “สนามบินสุวรรณภูมิ” น้ำไม่ท่วม

พนักงานสายการบินไทยกลับอ้างน้ำท่วม ไม่มาทำงาน

แต่ที่สนามบินดอนเมือง น้ำท่วม

พนักงานขนกระเป๋า กลับมาทำงานกันตามปกติ

เพราะที่ “ดอนเมือง” ไม่มีการบินไทยขึ้น-ลง!

ก็ใช้วิสัยทัศน์ผู้บริหาร คิดเอาละกัน ว่า….

ที่สุวรรณภูมิ มีการบินไทย จึงมีปัญหา

แต่ที่ดอนเมือง ไม่มี “การบินไทย”

ปัญหา “อัฐยายซื้อขนมยาย” จึงไม่มี!

เปลว สีเงิน

๓๐ กันยายน ๒๕๖๙

Written By
More from plew
ผีน้อย “ใช่อื่นไกล” ไทยด้วยกัน
เรื่อง “โควิด-๑๙” นี่….. นั่งดูเขาทำงาน แล้ว “วิจารณ์-ตำหนิ” มันง่าย แต่รู้ไว้ด้วย “คนทำงาน” คือแพทย์-พยาบาล-บุคลากรทางการแพทย์โดยเฉพาะที่ “สถาบันบำราศนราดูร”
Read More
0 replies on ““นี่ไง…การบินไทย”! #เปลวสีเงิน”