เปลว สีเงิน
เพราะ “ฝนร้อน-คนแล้งใจ”
ทำให้เหตุการณ์บ้านเมืองช่วงนี้กระเดียดไปทางวิปริต
แถมมี “คนบ้า” ออกมาจับคู่ทะเลาะกัน
ด้วยเรื่อง “ขี้หมูรา-ขี้หมาแห้ง” เป็นอัศจรรย์เหตุ
เห็นแล้วก็สนุกดี อยากจะบ้ามั่ง
แต่บังเอิญเมื่อวาน…
ไปให้หมอตัดไหมที่เย็บแผลไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน
หมอสั่ง “ระยะนี้ อย่าเพิ่งถูกแดด-ถูกน้ำนะ”!?
ฟังแล้วสะดุ้งแวบ
เพราะนี่มันข้อห้ามสำหรับคน “ถูกหมาบ้ากัด” นี่นา
ถ้างั้น…หลบเข้าวัดดีกว่า!
ท่านรู้จั ก“คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม” กันมั้ย?
ท่านละสังขาร ๗ กันยา.๒๕๐๗ ด้วยอายุ ๗๐ ปี
เมื่อวันที่ ๕ กันยา.ที่ผ่านมา
ที่ “วัดอาวุธวิกสิตาราม” ย่านบางพลัด ธนบุรี
มีพิธีอัญเชิญ “รูปเหมือนคุณแม่บุญเรือน”
กลับไปประดิษฐานที่ “ศาลาหลังเดิม” ที่บูรณะเสร็จ
ผมเสียดายไม่ได้ไปร่วมพิธี
“คนเที่ยววัด” เขาโพสต์ถึงบรรยากาศวันนั้นไว้
ผมจะนำมาให้อ่านอีกรอบ
เพื่อท่านผู้มีบุญวาสนาจะได้เข้าไปกราบคุณแม่ฯ
…………………………
“คนเที่ยววัด”
พิธีอัญเชิญรูปเหมือน “คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม” กลับไปประดิษฐานยังศาลาคุณแม่บุญเรือนฯ (หลังบูรณะใหม่) ในวันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569
ท่ามกลางพลังมหาศรัทธาจำนวนมากที่มาเข้าร่วมขบวนพิธีอัญเชิญ “คุณแม่บุญเรือน” กลับสู่ศาลาหลังเดิม
ในขบวนอัญเชิญ
ได้อัญเชิญ “พระพุทโธคลัง” และรูปเหมือนคุณแม่ฯ
พร้อมทั้งศิษยานุศิษย์ เหล่านางฟ้า และผู้ศรัทธา
เข้าร่วมขบวนกันอย่างเนืองแน่น
โดยทางวัดถือเอา “วันอาทิตย์แรก” ของเดือน “กันยายน” ของทุกปี เป็นวันจัดให้มีการบำเพ็ญกุศลอุทิศแด่ “คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม”
ขอเชิญศิษยานุศิษย์และผู้ศรัทธา
ร่วมกราบ “คุณแม่บุญเรือน” ได้ที่ศาลาหลังเดิม ซึ่งบูรณะใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว
ศาลาหลังนี้ใช้เวลาบูรณะ 2 ปี จึงเสร็จสวยงาม
โดยทางวัดจัดงานพิธีสมโภชและบำเพ็ญกุศล วันที่ 5,6,7 กันยายน 2569
…………………………….
คุณแม่บุญเรือน นั้น ท่านบวชเป็นแม่ชี
ศึกษาธรรมและฝึกฝนวิปัสสนากรรมฐาน
มี “พระมหารัชชมังคลาจารย์” (เทศ นิทฺเทสโก)
เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ “พระรัชชมงคลมุนี”
“เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์” (ในสมัยนั้น)
เป็นพระอาจารย์สอนสมถะวิปัสสนากรรมฐานให้
จนบรรลุธรรมวิเศษ เป็นที่ทราบกันในหมู่อริยสงฆ์
เมื่อท่านละสังขารแล้ว….
ปัจจุบัน มีรูปหล่อ “คุณแม่บุญเรือน”
ประดิษฐานอยู่บนศาลา “คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม”
ในบริเวณ “วัดอาวุธวิกสิตาราม” หรือ “วัดบางพลัดนอก” ถนนจรัญสนิทวงศ์ ซอย ๗๒ เขตบางพลัด กทม.
เป็นวัดที่คุณแม่ฯ เคยบำเพ็ญศีลภาวนาอยู่ที่นี่
ทุกวันนี้ มีผู้ไปสักการะบูชา กราบไหว้ ขอพร
โดยเฉพาะขอให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บจาก “รูปหล่อคุณแม่ฯ” อยู่เสมอมิได้ขาด
วันอาทิตย์ หลังเที่ยง จะมีสานุศิษย์และผู้ศรัทธา
มาร่วมกันสวดมนต์ต่อหน้ารูปหล่อของคุณแม่ฯ
โดยปฏิบัติติดต่อกันมาทุกวันอาทิตย์
เป็นเวลายาวนาน ตั้งแต่คุณแม่ฯ ละสังขาร ซึ่งนับได้ประมาณ ๕๐ กว่าปีแล้ว
หลังจากสวดมนต์ นั่งสมาธิแล้ว
สานุศิษย์และผู้ศรัทธา
จะขอรับเอาสิ่งของต่างๆ ที่นำมาสักการะบูชา
เช่น ผลไม้ น้ำตาลทราย เกลือ พริกไทย สาคู
และปูนสีแดง ที่ใช้ทาใบพลูสำหรับรับประทาน
โดยอธิษฐาน…ขอให้สิ่งของต่างๆ เหล่านี้
ให้เป็นยาแก้โรคต่างๆ
ซึ่งก็แปลกที่หลายคนหายขาด
จากโรคภัยที่เป็นอยู่อย่างน่ามหัศจรรย์!
“พระพรหมวัชรสุทธาจารย์” (ทองดี ฐิตายุโก)
เจ้าอาวาส “วัดอาวุธวิกสิตาราม” กล่าวว่า
“ตั้งแต่คุณแม่บุญเรือนเสียชีวิตลง
มีลูกศิษย์และคนที่มีจิตศรัทธาเพิ่มจำนวนมากขึ้น
มากราบไหว้และสวดมนต์ต่อหน้ารูปหล่อของท่านเป็นประจำทุกวัน เหมือนกับตอนที่คุณแม่บุญเรือนยังมีชีวิตอยู่
โดยวันอาทิตย์…
จะมีมากกว่าทุกวัน เพราะเป็นวันที่ร่วมกันสวดมนต์”
“ในวันอาทิตย์แรกของเดือนกันยายนทุกปี
เหล่าลูกศิษย์คุณแม่ฯ จะมาสวดมนต์และทำบุญประจำปี
เนื่องจากเป็นวัน “คล้ายวันวายชนม์” ของท่าน
คุณแม่บุญเรือนมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า
ที่จะให้วัดอาวุธฯ เป็นวัดที่มีคนรู้จักคนทั่วไป
จึงได้อธิษฐานจิตขอพรให้สมดั่งปรารถนา
และมีส่วนช่วยในการบูรณปฏิสังขรณ์วัดอาวุธฯ ให้สวยงามและมีชื่อเสียงอย่างในทุกวันนี้
……………………………………..
ครับ..ก็ค้นๆ ประวัติ “คุณแม่บุญเรือน” จากที่หลายท่านบันทึกไว้ และผมสกัดความบางตอนมาให้ท่านได้รู้จัก “คุณแม่บุญเรือน” กันให้มากขึ้น
ความจริงก็น่าจะจบตรงนี้ แต่มาท่องเฟซตอนบ่าย
พบโพสต์จาก “วัดท่าขนุน”
ซึ่งเป็น “คนละเรื่องเดียวกัน” ชนิดเหมาะเจาะ-ลงตัว
ผมจะไม่บอกว่าเป็นเรื่องอะไร ให้อ่านเอง แล้วจะรู้
watthakhanun
เมื่อร่วมงานบุญวันพระเสร็จเรียบร้อย กระผม/อาตมภาพก็ต้องขอสัตตาหะฯ เร่งเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร
เพราะว่ารับฎีกาหลวงใช้พัดยศ
เนื่องในโอกาสที่ “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” พระราชทานผ้าไตรหลัก ๑ ไตร และไตรสมทบอีก ๑๖๗ ไตร
ในโอกาสฉลองศาลาใหม่ของ
“คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม” ที่วัดอาวุธวิกสิตาราม
เมื่อกระผม/อาตมภาพไปถึง หาที่จอดรถได้แล้ว
ก็ถือพัดยศซึ่งเท่มาก
เพราะเป็นพัดพระครูสัญญาบัตรเทียบเจ้าคณะอำเภอชั้นพิเศษ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ
ซึ่งปัจจุบันนี้ “พระครู” กลายเป็นของหายาก
เพราะ “เจ้าคุณ” มีเป็นว่าเล่น
แล้วยังเป็นพัดสีขาว ซึ่งหายากหาเย็นกว่าพัดพระครูปกติหลายเท่าอีกด้วย..!
“ดร.ท่านเจ้าคุณสายรุ้ง” พอเห็นก็พุ่งปราดเข้ามาหา
รีบรับพัดยศมาก่อน บอกว่า
“ไปพักที่กุฏิของเกล้าฯ ก่อนดีกว่าครับ”
ซึ่งท่านเจ้าคุณสายรุ้งนี้ ท่านเป็นบุคคลที่ประกอบด้วย “อะปะจายะนะมัย (บุญที่สำเร็จด้วยการประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตน)
ไม่ได้คิดว่าตนเองเป็นเจ้าคุณชั้นราช
ที่ “พระราชวินัยวชิรเมธี” เจ้าคณะแขวงบางพลัด (ธ) และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอาวุธวิกสิตาราม
เพราะว่าทำตัวเป็น “เด็กรุ่นหลัง” กับกระผม/อาตมภาพอยู่เสมอ จึงได้บอกกับท่านว่า
“ผมมาปลุกเสกครั้งแรก ท่านเป็นเจ้าคุณศรีฯ มาปลุกเสกครั้งที่ ๒ ท่านเป็นเจ้าคุณราชฯ มางานนี้ต้องเป็นเจ้าคุณเทพฯ นะครับ”
เล่นเอาอีกฝ่ายหัวเราะหน้าแดง บอกว่า
“ถ้าหลวงพ่อเมตตาก็ยินดีรับไว้ครับ”
เมื่อเข้าไปถึงที่พัก ก็เห็น “ครูบากฤษดา สุเมโธ – พระครูสุเมธธรรมวัฒน์” วัดสันพระเจ้าแดง กำลังโดนญาติโยมมะรุมมะตุ้มอยู่
แล้วญาติโยมก็รีบควักหน้ากากอนามัยมาถวายให้กระผม/อาตมภาพใส่ด้วย บอกว่า
“เป็นช่วงที่โควิดระบาดหนัก”
กระผม/อาตมภาพ จึงต้องใส่หน้ากากเอาไว้ตามใจทุกคน
จนกระทั่งได้เวลา เจ้าหน้าที่ก็มานิมนต์
เพื่อไปเข้าสู่สถานที่ “ปลุกเสกวัตถุมงคล”
กระผม/อาตมภาพกราบ “พระเดชพระคุณหลวงปู่เจ้าคุณทองดี” – พระพรหมวัชรสุทธาจารย์ (ทองดี ฐิตายุโก) กรรมการมหาเถรสมาคม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๐ (ธ) เจ้าอาวาสวัดอาวุธวิกสิตาราม
กราบ “หลวงปู่พระญานวิเศษ วิ.” (หลวงปู่สุพรรณ กะนะโก) เจ้าอาวาสวัดซำตาโตง จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งท่านก็อายุ ๙๐ กว่าปีแล้วเช่นกัน
เมื่อนั่งเข้าที่ได้ครู่หนึ่ง “หลวงพ่อเจ้าคุณสมบูรณ์” – พระวชิรรัตนรังษี (สมบูรณ์ รตนญาโณ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามก็มาถึง
ความจริงเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ท่านได้รับพระราชทานเลื่อนเป็นเจ้าคุณชั้นราชที่ “พระราชวชิรรัตนรังษี”
แต่เนื่องจากยังไม่ได้รับพระราชทานพัดยศ
จึงต้องใช้ “ราชทินนามเดิม” ไปก่อน
สักครู่ใหญ “พระเดชพระคุณท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี” (ธงชัย ธมฺมธโช ป.ธ. ๖) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ประธานในพิธีก็มาถึง
เดินทักทาย “พระเกจิอาจารย์” ทีละรูป
เมื่อมาถึงกระผม/อาตมภาพ ก็บอกว่า
“เป็นเจ้าคุณกับเขาได้แล้ว”
กระผม/อาตมภาพบอกว่า “อนุโมทนากับท่านเจ้าประคุณครับ”
แล้วก็ได้แต่นึกในใจว่า “ลับหลังไปแล้ว จำกระผมได้ก็พอ..!”
จากนั้น ก็เป็นพิธีกรรมพิธีการตามปกติ
ก็คือมีการจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย
โดย “หลวงปู่เจ้าคุณทองดี” ตามมาด้วยประธานฝ่ายฆราวาสจุดธูปเทียนหน้ารูปหล่อ “คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม”
“ท่านเจ้าประคุณสมเด็จหนกลาง”
เจิมและจุดเทียนชัย จากนั้นก็เข้าที่ภาวนา
กระผม/อาตมภาพ กำหนดจิตบอก “คุณแม่บุญเรือน” ว่า
“แม่เสกรูปตัวเองแล้วกันนะครับ”
ท่านบอกว่า “ช่วยเมตตาสงเคราะห์ขอบารมีพระให้อิฉันด้วยเถิด”
กระผม/อาตมภาพ จึงกราบขอบารมี “หลวงพ่อพุทโธคลัง” ซึ่งเป็นประธานอยู่ในพิธี
เล่นเอา “คุณแม่บุญเรือน” ยืนประนมมือทำตาปริบๆ
เนื่องเพราะว่า “พระพุทโธคลัง”
ก็คือพระที่คุณแม่บุญเรือนสร้าง และมีความเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่ง
เพียงแต่ว่าสร้างเป็นพระพุทธรูปแล้ว
เราจะนึกถึง “พระพุทธเจ้าพระองค์ไหน” ก็อยู่ที่เราเอง
“คุณแม่บุญเรือน” ยืนอยู่ที่มุมศาลา
ร่างกายสว่างขาวเจิดจ้ามาก
อยู่ร่วมพิธีจนกระทั่งเสร็จสรรพ
กระผม/อาตมภาพ ทำน้ำมนต์พรมรอบพิธีเสร็จ
พอดีกับพระมหานาค เสร็จจากการสวดเรียบร้อย
ทางด้านพิธีกรนิมนต์ “ท่านเจ้าประคุณสมเด็จ” พรมน้ำมนต์และโปรยดอกไม้เป็นพุทธบูชา
หลายท่านที่ไม่รู้อาจจะคิดว่ากระผม/อาตมภาพ
ไม่รู้เด็ก ไม่รู้ผู้ใหญ่
ไปพรมน้ำมนต์และโปรยดอกไม้เป็นพุทธบูชาก่อน “ผู้บังคับบัญชาสูงสุด” หรือประธานในพิธี
แต่ความจริงแล้ว
กระผม/อาตมภาพ ถือตามแบบโบราณ
ก็คือถ้าผู้ใหญ่ทำอะไรแล้ว เราไม่ควรที่จะไปทับรอย
เนื่องเพราะว่าเป็นการแสดงออกซึ่งความไม่เคารพ
จึงจำเป็นที่จะต้องทำก่อน
หลังจากนั้นแล้ว ท่านทับลงมา ก็เป็นอันว่าเหมาะสมตรงตามโบราณทุกประการ
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันเสาร์ที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๙
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. วัดท่าขนุน
…………………………………..
อ่านจบคง “ได้ความครบ” ไม่ต้องอธิบายอะไรอีก
ผมได้ไปกราบ “อัฐิธาตุ” คุณแม่บุญเรือน
ที่ “หอพระธาตุ” บริเวณอาคารเสนาสนะสงฆ์ “วัดปทุมวนาราม” ๒-๓ ครั้ง
“พระอาจารย์ปกรณ์วินณ์ ฐิตวังโส” ท่านบอกว่า
“คุณแม่บุญเรือน” ท่านเป็นผู้มีฤทธิ์มาก
อธิษฐานจิตขอบารมีท่านช่วยรักษาโรคได้
ท่านใดไปสวดมนต์วันอาทิตย์ที่วัดอาวุธฯแล้ว
ถ้าอยากกราบ “อัฐิธาตุ” คุณแม่บุญเรือน
ไปที่ “หอนิทรรศการพระบรมสารีริกธาตุ” วัดปทุมวนารามได้.
เปลว สีเงิน
๙ กันยายน ๒๕๖๙
