‘ล้างเท้า’ ก่อนขึ้นธรรมาสน์ #สันต์สะตอแมน

สันต์ สะตอแมน

“..ผมเองอยู่ในเรือนจำทั้งหมด 1 ปี 1 เดือน 3 วัน

ถือว่าเป็นเวลาที่ยาวนานมากสำหรับชีวิตผม ผมไม่อยากให้ใครเลยที่จะก้าวพลาดเข้ามาอยู่ในเรือนจำ ชีวิตของท่านจะประสบกับความลำบากยากเย็นอย่างยิ่ง

อยากให้ทุกคนเลิกยุ่งกับยาเสพติด เลิกทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย เคารพในกฎกติกาบ้านเมือง แล้วชีวิตของท่านจะอยู่อย่างปลอดภัย

ผมคิดว่า 1 ปี 1 เดือน 3 วัน มันทำให้ผมมีสติ ทำให้ผมรู้ว่าความผิดพลาดของผมที่เกิดขึ้น ต้องกราบขออภัยอย่างสูงต่อพี่น้องประชาชนคนไทยที่ผมก้าวพลาดไป

ผมก้าวเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม และรอดพ้นออกไปอย่างปลอดภัยด้วยกำลังใจของเพื่อนพี่น้อง ญาติสนิทมิตรสหาย ครอบครัวและแฟนคลับที่ไม่เคยทิ้งผมเลยแม้แต่วินาทีเดียว”

นี่..เป็นความในใจ-ความรู้สึกที่คุณเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ “เสก โลโซ” พรั่งพรูออกมาหลังการได้รับอิสรภาพ-พ้นคุก!

ซึ่งก็ให้ยินดีและดีใจที่ได้เห็นร็อกเกอร์คนดังกลับมาสู่อ้อมกอดของครอบครัว-เมียลูกและแฟนเพลง พร้อมด้วย “สติ” ที่จะไม่ให้ตัวเองเดือดร้อนในภายภาคหน้า!

ครับ..และนี่ก็เป็นอีกความรู้สึกที่ด้วยอุปนิสัยใจคอแล้ว หากไม่ถึงที่สุดก็คงจะไม่ระบายออกมาง่ายๆ ผมหมายถึงคุณปุ้ย-พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย

ที่ได้พูดเป็นปริศนาถึงใครบางคนว่า.. “หลังพ้นโทษจากเรือนจำได้หันมาเป็นนักวิพากษ์วิจารณ์การเมืองผ่านสื่อต่างๆ

โดยมักกล่าวหาบุคคลและพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย แต่ไม่สามารถนำข้อเท็จจริงหรือหลักฐานไปสู่การดำเนินการใดได้

จากการพูดคุยกับ สส.หลายคน ต่างสงสัยว่าอดีต สส.รายดังกล่าวมีปมอะไรกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่

แม้ส่วนตัวจะยังให้เกียรติในฐานะเคยเป็นผู้แทนราษฎรจังหวัดเดียวกัน แต่บางเรื่องถือว่าเกินขอบเขตและต้องรับผิดชอบต่อคำพูดของตนเอง

ต้องยกประโยคหนึ่งที่ถูกพูดถึงมากเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา คือคำพูดของนายกรัฐมนตรีที่ว่า ‘ก่อนขึ้นเทศน์ต้องล้างเท้าตัวเองให้สะอาดก่อน’

การกล่าวหาให้ร้ายคนอื่นไปทั่วไม่สอดรับกับความอาวุโสและประสบการณ์ทางการเมือง ยังเป็นวิธีคิดแบบเดิมที่เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น

ตัวเองเคยถูกจำคุกในคดีทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ. และมีภาระต้องชดใช้ค่าเสียหายในการเลือกตั้งกว่า 60 ล้านบาท ดิฉันอยากถามว่าได้ชำระคืนให้ กกต.แล้วหรือยัง

ดังนั้นก่อนจะวิจารณ์หรือสั่งสอนผู้อื่น ควรตรวจสอบตนเองให้เรียบร้อยเสียก่อน

การเมืองในปัจจุบันควรพัฒนาไปมากกว่าการโจมตีหรือใช้วาทกรรมเล่นงานฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง เพราะเป็นวิธีการที่ล้าสมัยและไม่ตอบโจทย์สังคมยุคใหม่

โดยยอมรับว่ามีประชาชนจำนวนไม่น้อยสะท้อนว่ารู้สึกรำคาญและเบื่อหน่ายกับพฤติกรรมลักษณะดังกล่าว แม้ตนจะไม่ใช้ถ้อยคำรุนแรงเช่นนั้นก็ตาม”

เนี่ย..อ่านแล้วถ้ายังนึกหน้าไม่ออกก็เห็นจะไม่ใช่คอการเมืองตัวจริง เพราะ “อดีต สส.นครศรีธรรมราช” ปัจจุบันถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองจากคดีทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ…

กวาดตามองไปทั่วทั้งเมืองนครศรีธรรมราชแล้ว ก็เห็นมีอยู่ท่านเดียว แต่เมื่อ สส.พิมพ์ภัทราสงวนที่จะไม่เอ่ยนาม ผมก็จะอวดรู้-อวดดีไปทำไม?

เอาเป็นว่า ท่านผู้อ่านรู้-ผมรู้ว่าคุณพิมพ์ภัทราหมายถึงใคร แต่ที่ไม่รู้ก็ประโยค.. “ดิฉันอยากถามว่าได้ชำระคืนให้ กกต.แล้วหรือยัง”

เออ..ใช่ เงียบหายจนลืมไปแล้วสำหรับกรณีนี้ ผมจึงเลยต้องค้นหาข่าวเก่าๆ ก็ไม่พบ-ไม่มีรายงานข่าวอย่างเป็นทางการที่ยืนยันว่า..

อดีต สส.ที่ถูกจำคุกในคดีทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ได้จ่ายชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่เป็นจำนวนเงินกว่า 60 ล้านบาทแต่อย่างใด!

เรื่องนี้ เห็นทีต้องฝากคุณพิมพ์ภัทราช่วยกรุณาติดตาม-ทวงถามแบบเอาจริงเอาจังแล้วล่ะ ไม่อยากพูดหรอกว่าค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งเป็น “เงินภาษีกู”..

เพียงแค่ต้องการให้อดีต สส.ที่ถูกจำคุกในคดีทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ…

ล้างเท้าตัวเองก่อนขึ้นธรรมาสน์เท่านั้นเอง!.

Line Open Chat *เพิ่มช่องทางการรับข่าวสาร จากเว็บไซต์ *อ่านคอลัมน์ เปลว สีเงิน ก่อนใคร *ส่งตรงถึงมือทุกคืน *เปิดกว้างเพื่อแฟนคอลัมน์พูดคุยแบบกันเอง ทุกเรื่องราว ข่าวสารบ้านเมือง สังคม ฯลฯ
Written By
More from pp
สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ร่วมส่งนักวิจัย สนับสนุนภารกิจขจัดคราบน้ำมันชายฝั่งระยอง
สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ร่วมบูรณาการความร่วมมือกับ ศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการในการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน ทัพเรือภาคที่ 1 จังหวัดระยอง กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม และพันธมิตรภาคเอกชน ในภารกิจส่งอากาศยานไร้คนขับสำรวจน้ำมันดิบรั่วไหลจากท่อใต้ทะเล
Read More
0 replies on “‘ล้างเท้า’ ก่อนขึ้นธรรมาสน์ #สันต์สะตอแมน”