“สกลธี” ชงญัตติด่วนสางปมรถไฟชนรถเมล์ ชำแหละ 4 ต้นตอ จี้ดันปรับโครงสร้าง กทม.เป็น “มหานคร” รวบอำนาจให้ผู้ว่าฯ

20 พฤษภาคม 2569 นายสกลธี ภัททิยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ และรองหัวหน้าพรรค ดูแลกรุงเทพมหานคร ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาต่อรัฐสภา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษากรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์บริเวณจุดตัดทางรถไฟเพื่อหาทางป้องกันความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อให้รัฐบาลรับไปดำเนินการ

โดยนายสกลธี ได้กล่าวต่อประธานรัฐสภาว่า ตนขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บทุกท่าน โดยเฉพาะผู้เสียชีวิต ที่จะไม่มีวันได้กลับไปพบกับพ่อแม่พี่น้องหรือญาติของพวกเขาอีกแล้ว ซึ่งเราคงไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก

นายสกลธี กล่าวอีกว่า ทั้งนี้เหตุการณ์อุบัติเหตุบริเวณจุดตัดรถไฟในประเทศประเทศไทย เกิดขึ้นต่อปีไม่ต่ำกว่า 70-80 ครั้ง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2548 บริเวณถนนเทอดดำริประดิพัทธ์ เกิดเหตุรถไฟก็ชนกับรถตู้โดยสารสถานการณ์คล้ายแบบนี้ ซึ่งมีการติดการจราจรจากแยกหน้ารถตู้ค้างอยู่บนทางรถไฟ เหตุการณ์นี้ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนหลายรายเช่นกัน หรือย้อนกลับในปี 2545 บริเวณโซนรถไฟสายตะวันออก แถวเคหะร่มเกล้ารถไฟชนกับรถเมล์ชนเหมือนเหตุการณ์เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมาเลยนี้ มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บอีกหลายรายเช่นกัน

“เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นมา 10 ถึง 15 ปีที่ผ่านมา ผมและเพื่อนสมาชิก ยังต้องมาพูดคุยกันเรื่องประเด็นเดิมๆ ผมว่าเรื่องแบบนี้เวลาแล้วที่รัฐบาลต้องทำอะไรซักอย่าง เพื่อต้องแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแบบนี้ที่มีผลกับชีวิตของพี่น้องประชาชน“ นายสกลธี กล่าว

นายสกลธี ยังได้สรุปสาเหตุกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยเกิดจาก 4 สาเหตุหลัก ได้แก่ สาเหตุที่หนึ่ง คือ พฤติกรรมมนุษย์ ซึ่งทราบกันอยู่แล้วว่าคนขับรถไฟมีปัสสาวะเป็นสีม่วง ส่วนคนขับรถเมล์รถทับบนรางรถไฟ เจ้าหน้าที่สถานีหรือคนโบกธงสัญญาณรถไฟ

สาเหตุที่สอง คือ เรื่องเชิงโครงสร้าง ที่เกิดเหตุครั้งนี้ ก็คือบริเวณจุดตัดทางรถไฟที่ทั่วประเทศมีทั้งหมด 2,600 จุด เป็นจุดที่เป็นทางการประมาณ 1,900 จุด เป็นจุดตัดผ่านประมาณ 700 จุด ซึ่งในกรุงเทพฯ มีจุดตัดประมาณกว่า 20 จุด ที่เกิดอุบัติเหตุ และบริเวณที่เกิดเหตุเป็นหนึ่งในสี่แยกสำคัญที่มีอุบัติเหตุ มากที่สุด

”ถ้าไปดูประเทศใกล้เคียงเราที่เขามีระบบขนส่งทางรางที่ดีที่สุดแทบจะแห่งหนึ่งในโลก เช่น ที่ญี่ปุ่น เขามีจุดตัดรถไฟเป็น 1,000 จุดตัดทั่วทั้งประเทศ พอเข้ามาในเมืองโตเกียว อุบัติเหตุที่จุดตัดเป็นศูนย์ หรือที่กรุงโซลของเกาหลีใต้ ก็มีระบบรถไฟที่ดีเยี่ยมเช่นกัน แต่พอมาในพื้นที่เขตเมืองจุดตัดรถไฟกับรถยนต์มาเจอกัน อุบัติเหตุก็เป็นศูนย์เช่นกัน“ นายสกลธี กล่าวย้ำ

นายสกลธี กล่าวขอบคุณรัฐบาลในสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ซึ่งมีนายโสภณ ซารัมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในช่วงนั้น ได้มีการเสนออนุมัติแผนแม่บทขอเป็นแผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของการรถไฟแห่งประเทศไทยช่วงนั้น หรือในปี 2551 ถึง 2554 วงเงิน 1.76 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขจุดตัดรถไฟ ซึ่งเป็นการสร้างทางยกระดับ อุโมงค์ลอด รวมถึงติดสัญญาณอัตโนมัติ ทั้งเตือน ทั้งเป็นไฟเขียวไฟแดง เป็นการริเริ่มและมอบอำนาจในการก่อสร้างจุดเหล่านี้ ให้กับกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท โดยเป็นแผนงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย

”หลายคนได้ตั้งคำถามว่าเงินไปแล้ว 1.76 แสนล้านบาท แต่ทำไมปัญหาเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมายังเกิดขึ้นอีก พอผมไปดูเนื้อในของงบการใช้เงิน 1.76 แสนล้านบาท ที่นำงบมาใช้ทำเกี่ยวเนื่องกับจุดตัดรถไฟ มีการติดทั้งสัญญาณไฟ มีการทำทางยกระดับ มีทางลอดอุโมงค์แล้วก็หลายอย่างนะครับเพียง แต่พอหมดยุคสมัยรัฐบาลนั้นไป ก็มีการโอนงบไปทำอย่างอื่น เพื่อเป็นการกู้ชีพของการรถไฟ เช่น นำงบไปซ่อมทาง ไปซื้อหัวรถจักร แทนที่จะนำงบไปทำแยกจุดตัดตามวัตถุประสงค์ นี่จึงเป็นปมปัญหาของการอุบัติเหตุในกรุงเทพฯ อีกทั้งยังมีผลมาจากเรื่องผังเมือง มีความหนาแน่นมาก จึงทำให้การสร้างสะพานสร้างทางลอดเป็นไปยาก เพราะติดปัญหาเรื่องสายสื่อสาร เรื่องสายไฟฟ้า รวมถึงเรื่องน้ำท่วมซ้ำซากทำให้งบประมาณมาไม่ถึง นอกจากนี้ งบดังกล่าว ยังถูกโอนไปทำรถไฟสายสีแดงบางซื่อ รังสิต ตลิ่งชัน งบก้อนดังกลก่าวหายไป และที่โชคร้ายก็คือบริเวณที่เกิดเหตุเป็นสายตะวันออก ซึ่งเป็นเส้นทางหรือสายที่ประชาชนใช้น้อย จึงทำให้การจัดความเร่งด่วนความสำคัญในการที่จะมาแก้ไขปัญหาก็น้อยลง นี่คือสาเหตุสำคัญที่ถึงแม้จะมีการอนุมัติกรอบงบประมาณ 1.76 แสนล้านบาทแล้ว ทำไมอุบัติเหตุยังเกิด และจุดตัดรถไฟในกรุงเทพฯจึงยังไม่ได้มีการแก้สักที“ นายสกลธี กล่าว

นายสกลธี กล่าวอีกว่า ส่วนสาเหตุที่สาม คือเรื่องวิศวกรรมจราจร ถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะแยกตรงบริเวณที่เกิดเหตุ หากดูในภาพเหตุการณ์ตามโซเชียลที่แชร์กัน จะเห็นว่าไฟจราจรก่อนถึงทางรถไฟยังเป็นไฟเขียว แต่ก่อนจะไปถึงแยกอโศกไฟแดง อีกทั้งรถที่วิ่งมาจากถนนกำแพงเพชร ซึ่งไม่มีสัญญาณไฟจราจร ก็มาอัดแน่นกันอีก จึงทำให้การจราจรในจุดนี้ หนาแน่นหนักมากจุดหนึ่งของกรุงเทพฯ ซึ่งปัญหาระบบอาณัติสัญญาณไฟจราจรของกรุงเทพฯส่วนใหญ่ เป็นระบบแบบฟิก หรือเป็นแบบที่ตั้งเวลานับถอยหลังเอาไว้

“ถ้าจำได้สมัยที่ผมลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. เมื่อการเลือกตั้งการปี 2565 หนึ่งในนโยบายของผม คือผมต้องการปรับสัญญาณไฟจราจรกว่า 560 แยกในกรุงเทพฯ โดยให้ใช้ ATC ก็คือ Area Traffic Control ให้หมด เพราะผมมีความเชื่อว่า การตั้งเวลาที่มันฟิกซ์แบบนั้นแล้ว ระบบสัญญาณไฟจราจรจะไม่สัมพันธ์กัน บางครั้งมีตำรวจจราจรมาปรับมือ ซึ่งจะทำให้การจราจรในกรุงเทพฯแก้ไขไม่ได้ แต่ในช่วงสมัยรัฐบาล ท่านองคมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ขออนุญาตเอ่ยนาม) ผมมีโอกาสได้เป็นรองผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งดูแลในส่วนนี้ และได้งบประมาณจากไจก้า ซึ่งกระทรวงคมนาคมก็ได้เข้ามาช่วยกัน เพื่อที่จะออกแบบสัญญาณไฟอัจฉริยะ โดยใช้ ถนนพระราม4 เป็นแม่แบบ ซึ่งก็ทำได้สำเร็จ” นายสกลธี กล่าว

นายสกลธี กล่าวต่อว่า พอผ่านมา 4 ปี ระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะจาก 560 แยก เหลือเพียง 70 แยก ส่วนอีก 490 แยก เป็นการใช้ระบบฟิกซ์ ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น ทั้งที่งบประมาณนั้น กรุงเทพมหานคร สามารถเสนอได้แยกหนึ่งไม่เกิน 3- 5 ล้านบาท หรือใช้งบประมาณราว 2,000-3,000 ล้านบาทในการเปลี่ยนเป็นสัญญาณไฟอัจฉริยะ หรือคิดเป็นเพียง 1% ของงบประมาณผู้ว่าฯ กว่า 300,000 ล้านบาทในหนึ่งเทอม

“ที่ผ่านมาสี่ปีงบส่วนนี้ ทำไมไม่แบ่งมาทำให้การจราจรในกรุงเทพฯ เบาลง” นายสกลธีย้ำ

นายสกลธี กล่าวอีกว่า ส่วนสาเหตุที่สี่ คือ เรื่องปัญหาเชิงกฎหมาย นั่นคืออำนาจของผู้ว่าฯ กทม. ทั้งนี้ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ระบบสัญญาณไฟจราจร กทม. เป็นคนติดสัญญาณจราจรในกรุงเทพ แต่ผู้ใช้ระบบคือตำรวจ จึงทำให้การใช้งานเกิดการลักลั่นกัน เช่นกันในกรณี ไม้กั้นรถไฟไม่ลงมากั้น ซึ่งเรื่องนี้มาก็ขึ้นอยู่กับการรถไฟและมารวมอำนาจผู้ว่าฯ กทม. แสดงให้เห็นว่าไม่สามารถที่จะเชื่อมระบบทั้งหมดได้

“หากอำนาจบริหารจัดการไม่รวมศูนย์อยู่ด้วยกัน ผมคิดว่าจุดนี้เป็นจุดอ่อน ซึ่งเราทราบกันดีว่าอำนาจของผู้ว่าฯ กทม. ถึงแม้จะดูแลกรุงเทพมหานคร แต่ทุกสิ่งทุกอย่างในกรุงเทพมหานคร ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งระบบ จากปัญหานี้ จึงเป็นที่มา ที่ผมจะเสนอผ่านกระทรวงคมนาคม มาถึงรัฐบาลว่าทางพรรคประชาธิปัตย์ เราได้เสนอญัตติเข้าไปยังรัฐสภา เพื่อที่จะปรับปรุงกรุงเทพมหานคร ให้เป็น ”มหานคร“ คือการรวบรวมกิจการหรืออำนาจต่างๆ ที่เกี่ยวการบริหารเมืองเข้ามาอยู่ในอำนาจของผู้ว่ากรุงเทพมหานครให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดชัดเจน เพราะเรื่องนี้ไม่ว่าเพื่อนสมาชิกจะเป็นคนกรุงเทพฯหรือคนต่างจังหวัด ประเด็นนี้ผมอยากให้เห็นถึงความสำคัญของร่างญัตติฉบับนี้”  นายสกลธีกล่าว.

Written By
More from pp
กลุ่มเพื่อไทยพลัส จัดเสวนารับฟังความคิดเห็นเกมเมอร์ ชี้ รัฐจ้องออกกฎหมายควบคุม ทำเสียโอกาสพัฒนาดิจิทัลอีโคโนมี แนะเปิดเวทีให้ทุกฝ่ายร่วมคิด
8 ก.ค.63 กลุ่มเพื่อไทยพลัส พรรคเพื่อไทย จัดงานเสวนา “ตีป้อม เปิดแมพ ปล่อยของ : วิถีแห่งเกมและสุขภาวะของเยาวชนไทย” เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องฝ่ายต่างๆ เกี่ยวกับร่างกฎหมายอีสปอร์ตที่อาจมีเนื้อหากระทบอนาคตของวงการเกมในประเทศไทย
Read More
0 replies on ““สกลธี” ชงญัตติด่วนสางปมรถไฟชนรถเมล์ ชำแหละ 4 ต้นตอ จี้ดันปรับโครงสร้าง กทม.เป็น “มหานคร” รวบอำนาจให้ผู้ว่าฯ”