ผู้นำวิกลจริต #ผักกาดหอม

ผักกาดหอม

น่าสะพรึงกลัวอย่างแรงครับ…
โลกกำลังอยู่ในเงื้อมมือของคนวิกลจริต

วานนี้ (๑๔ เมษายน) ตลอดทั้งวันสื่อต่างประเทศวิจารณ์กรณี “โดนัลด์ ทรัมป์” โจมตีสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ ๑๔

เท่านั้นไม่พอยังแต่งภาพ AI ให้ตัวเองเป็นพระเยซูคริสต์ กำลังทำปาฏิหาริย์รักษาผู้ป่วย

แต่คนที่ป่วยน่าจะเป็น “ทรัมป์” เสียมากกว่า

นี่ไม่ใช่เรื่องปกติ!
แทบไม่เคยเห็นครับที่บุคคลซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกมีพฤติกรรมลบหลู่ศาสนาอย่างชัดเจนเช่นนี้

ฝรั่งเขาก็รู้สึกไม่ต่างจากคนไทยกรณีมีการลบหลู่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าครับ

เมื่อ “ทรัมป์” ลามปามไปถึงพระเจ้า แล้วจะมีใครหยุดเขา

ปัจจุบันมีข้อถกเถียง และความกังวลใจจากนักจิตวิทยาบางกลุ่มในสหรัฐฯ เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตและภาวะสมองเสื่อมของ “ทรัมป์”

พฤติกรรมล่าสุดก็คือการโพสต์ภาพตัวเองที่ดูไม่สมเหตุสมผล เช่น ภาพตัวเองเป็นหมอในบริบทกาชาด ซึ่งถูกมองว่าเป็นการแสดงออกที่เพี้ยนและส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ

เพราะแทบทุกคนมองตรงกันว่าเป็นการล้อเลียนพระเยซู

แต่อาการของ “ทรัมป์” ยังเป็นข้อโต้เถียงว่าส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยทางการเมือง เมื่อยังไม่มีการวินิจฉัยโรคอย่างเป็นทางการจากทีมแพทย์ของทำเนียบขาว เรื่อง “ทรัมป์” วิกลจริต จึงยังไม่มีน้ำหนักพอที่จะถอดถอนออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีได้

แต่…ผู้คนทั้งโลกส่วนใหญ่มอง “ทรัมป์” ไม่ใช่คนที่มีจิตปกติอย่างแน่นอน

คนไทยเองก็เตรียมรับมือ สงครามตะวันออกกลางมิได้จบลงง่ายๆ อย่างแน่นอน

เมื่อต่างฝ่ายต่างขี่หลังเสือ จึงพยายามหาวิธีลงจากหลังเสือโดยไม่ให้เสือกัด แต่พลเมืองโลกโดยเฉพาะเอเชีย กำลังไม่มีอะไรกิน ก่อนที่จะโดนเสือกัดเสียด้วยซ้ำ

การปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านและสหรัฐฯ สร้างความสั่นสะเทือนให้ตลาดพลังงานโลก ก่อให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับวิกฤตน้ำมันครั้งใหม่

โดยเฉพาะต่อปริมาณน้ำมันดิบที่ส่งไปยังเอเชีย

เดิมทีอิหร่านยังคงสูบน้ำมันดิบส่งไปยังเอเชียอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เริ่มสงครามในตะวันออกกลาง โดยได้รับการคุ้มครองบางส่วนจาก “กองเรือมืด” ที่ยากต่อการตรวจจับ

เมื่อสหรัฐฯ ประกาศปิดปากอ่าวซ้อนอีกชั้น นี่จึงเป็นภัยคุกคามด้านพลังงานครั้งใหญ่สุดนับแต่มีสงครามตะวันออกกลางรอบนี้
สหรัฐฯ จะทำอย่างไรกับเรือบรรทุกน้ำมันที่มีปลายทางที่อินเดียและจีน

แน่นอนครับการปิดล้อมของ “ทรัมป์” มีเป้าหมายเพื่อตัดแหล่งเงินทุนของอิหร่าน และกดดันปักกิ่ง ซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ที่สุด

ขณะที่จีน แสดงท่าทีว่าการกระทำของสหรัฐฯ “นี่เป็นพฤติกรรมที่อันตรายและขาดความรับผิดชอบ”

แต่สหรัฐฯ ไม่สนครับ แม้จะรู้ดีว่าการปิดล้อมเรือสินค้าเป็นการละเมิดอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลและเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

ก็อย่างที่บอก ยูเอ็นไม่ใช่พ่อ
ขนาดพระเยซู โป๊ปเลโอที่ ๑๔ ก็โดนมาแล้ว

มาดูตัวเลขกันหน่อยครับ อิหร่านส่งออกน้ำมันดิบทางทะเลเฉลี่ยประมาณ ๑.๘ ล้านบาร์เรลต่อวันตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในปีที่แล้วเล็กน้อยที่ประมาณ ๑.๗ ล้านบาร์เรลต่อวัน

ระหว่างวันที่ ๑ มีนาคมถึง ๑๒ เมษายน เรือบรรทุกน้ำมัน ๕๘ ลำได้แล่นผ่านช่องแคบโดยบรรทุกสินค้า
เรือเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ออกเดินทางจากท่าเรือของอิหร่าน โดยส่วนใหญ่คือเกาะคาร์ก หรือชักธงชาติอิหร่าน

ขนส่งน้ำมันดิบรวมทั้งสิ้น ๑๑ ล้านตัน
ถ้าสหรัฐฯ ปิดไม่ให้เรือเหล่านี้ผ่านวิกฤตพลังงานจะรุนแรงกว่าเดิมอีกมาก

ครับ…ยังคงพอมีความหวังที่ปลายอุโมงค์
การเจรจารอบสองกำลังดำเนินไปอย่างเร่งรีบ

ต้องยกความดีความชอบให้ปากีสถานครับ

เวลานี้ ปากีสถานกำลังได้รับการชื่นชมบทบาทใหม่ในฐานะผู้สร้างสันติภาพในภูมิภาค แม้การเจรจารอบแรกจะล้มเหลว แต่ทุกฝ่ายต่างก็เฝ้ารอการเจรจารอบ ๒ ที่จะตามมา

และรู้ดีว่าผู้นำปากีสถานก็ทำเพื่อตัวเองเช่นกัน

ภาพของปากีสถานคือประเทศในเอเชียใต้ที่มีปัญหาด้านความมั่นคงมาโดยตลอด เนื่องจากต้องต่อสู้กับกลุ่มหัวรุนแรงติดอาวุธและกลุ่มแบ่งแยกดินแดนภายในประเทศ

ขณะเดียวกันก็ถูกกล่าวหาว่าให้การสนับสนุนกลุ่มตาลิบันในอัฟกานิสถาน
แถมยังทำสงครามกับอินเดียอย่างรุนแรงในช่วงสั้นๆ ในเดือนพฤษภาคม

หากปากีสถานเป็นตัวกลางเจรจาให้สงครามตะวันออกกลางยุติลงไปได้ แน่นอนว่าได้รับเครดิตในสายตาชาวโลกสูงมากทีเดียว

จะได้รับการยอมรับในเวทีการเมืองระหว่างประเทศมากขึ้น!
ในฐานะผู้สร้างสันติภาพ

ทำไมต้องปากีสถาน
เพราะปากีสถานมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับจีน
จีนมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับอิหร่าน
และจีนต้องการให้อิหร่านเข้าสู่โต๊ะเจรจา

เห็นภาพตามนี้ก็พอมีความหวังครับ สิ่งที่เกรงกันว่าเหตุการณ์น้ำมันดิบไม่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาได้แม้แต่หยดเดียวนั้นจะไม่เกิดขึ้น

ที่จริงอยากให้นักการเมืองไทยทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลทำความเข้าใจกับประชาชนในประเด็นพวกนี้ ทำให้ประชาชนเห็นภาพใหญ่ที่แท้จริงว่าโลกกำลังเกิดอะไรขึ้น

ดีกว่าหยิบฉวยสถานการณ์ปลีกย่อยมาสร้างคอนเทนต์เรียกคะแนนเสียง

รู้กันอยู่แล้วนะครับว่าแทบทุกรัฐบาลล้วนเจอวิกฤตด้านพลังงาน ต่างกันแค่ความรุนแรงของสถานการณ์

ฉะนั้นพรรคไหนที่ชอบฉกฉวยโอกาสหาคะแนนนิยม จงจำไว้ว่าวันหนึ่งเมื่อตัวเองต้องไปบริหารประเทศก็ต้องเจอดรามาเรื่องน้ำมันแบบนี้เช่นกัน
หนีไม่พ้นหรอกครับ

ถึงวันนั้นโวยวายไปก็ไร้ประโยชน์
เพราะครั้งหนึ่งตัวเองก็ใช้วิธีเดียวกันในการโจมตีรัฐบาลอื่น

ไม่เชื่อจดใส่บัญชีหนังหมารอพิสูจน์กันได้เลย
ถ้าไม่วิกลจริตก็คงจำการกระทำในอดีตของตนเองได้.

Line Open Chat *เพิ่มช่องทางการรับข่าวสาร จากเว็บไซต์ *อ่านคอลัมน์ เปลว สีเงิน ก่อนใคร *ส่งตรงถึงมือทุกคืน *เปิดกว้างเพื่อแฟนคอลัมน์พูดคุยแบบกันเอง ทุกเรื่องราว ข่าวสารบ้านเมือง สังคม ฯลฯ
Written By
More from pp
คลินิกแก้หนี้ปรับยา 2 สูตรใหม่ “ลดดอกและพักหนี้” ใช้ถึงกลางปี 64 เพื่อลดผลกระทบโควิด
นางธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการคลินิกแก้หนี้
Read More
0 replies on “ผู้นำวิกลจริต #ผักกาดหอม”