กะล่อนจนโลกเมิน #เปลวสีเงิน

เปลว สีเงิน

“ฮุนมาเนต” อยู่เขมร เรียกว่า “นายกรัฐมนตรี”

แต่พอออกนอกประเทศ…..

ชาวโลกเขาเรียก “เด็กเลี้ยงแกะ”!

ตอนนี้ทำโก้ ไปเป็นไม้ประดับวงประชุม “บอร์ดสันติภาพ” ลมๆ แล้งๆ ที่ประธานาธิบดี “ทรัมป์” ตั้งขึ้นประชัน UN

ฮุนมาเนต “กะล่อนโลก” ผ่านรอยเตอร์ว่า “ไทยรุกล้ำดินแดนของเขา เอาตู้คอนเทนเนอร์เข้าไปตั้ง แล้วขึงรั้วลวดหนาม กั้นเขตแดน”

และพูดคำเขื่องกับรอยเตอร์ว่า….

“กัมพูชาไม่สามารถยอมรับสิ่งที่เขาเรียกว่า “การละเมิดอธิปไตยหรือบูรณภาพดินแดนของเรา” ได้”

เรียกร้องให้ไทยประชุม “คณะกรรมการกำหนดเขตแดนร่วม” (JBC)ด่วน!

“ใส่ฟืน-ใส่ไฟ” ประเทศไทยอีกเยอะแยะ เห็นว่าเสร็จจากการเป็นไม้ประดับให้ทรัมป์แล้ว จะขี่ม้าสามศอกไปฟ้องชาวโลกแถบยุโรปว่า…ช่วยหนูด้วย ถูกไทยรุกราน

ฟุ้งซ่านถึงขั้นจะฟ้อง “ศาลโลก=ศาลร้าง” ว่าไทยรุกล้ำดินแดน!

ทำพล่ามเลอะเทอะไปเถอะ เดี๋ยวก็ถูกท่าน “สีหศักดิ์” ตบกะโหลกสั่งสอนจนได้

สงสัย ทั้งพ่อ-ทั้งลูก คงไม่รู้ตัวนะว่า…

ตอนนี้ เขารู้กันทั้งโลกว่า “เขมรเป็นศูนย์กลางอาชญากรรมทางไซเบอร์ของโลก” และสองพ่อลูกคู่นี้ กินอยู่กับปาก อยากอยู่กับท้อง  แล้วมา “ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ”

ฮุนมาเนต อายุเท่าไหร่แล้วล่ะ… ๔๘ ใช่มั้ย?

ตอนเขมรหนีตายเข้ามาอาศัยแผ่นดินไทยซุกหัวที่บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว เมื่อปีพศ.๒๕๒๒ นั่นน่ะ

ฮุนมาเนตเพิ่งลืมตาดูโลกมั้ง?

แล้วตอนโต พ่อแม่ไม่ได้สั่งสอน ไม่ได้บอกหรือไงว่า บ้านหนองหญ้าแก้ว-บ้านหนองจาน และอีกหลายพื้นที่ ในจังหวัดปราจีนบุรี ตอนนั้น ที่ยังไม่ได้แยกเป็น “สระแก้ว”

เป็นแผ่นดินของไทย เขาให้พวกเราที่หนีร้อนมาพึ่งเย็นอาศัยและเราเป็นคน ไม่ใช่สัตว์เดรัจฉาน

-ฉะนั้น ต้องสำนึกในบุญคุณของคนไทยและประเทศไทยเขา

-ไม่ใช่เขาให้อยู่อาศัย พอเราได้ไออุ่น แล้วก็ฉกกัดเขา

-ทึกทักเอาแผ่นดินเขา มาเป็นของเราอย่างนี้

หมามันยังไม่ทำ….

แล้วเรา เป็นเขมร สืบสานวงศ์วานว่านเชื้อมาจากเหี้ย ดังนั้นจะทำให้เสื่อมเสียชาติตระกูลเหี้ยได้อย่างไร!

เรื่องเขมรถูกเขมรด้วยกันผสมญวนไล่ฆ่าพากันหนีตายเข้ามาพึ่งแผ่นดินไทยซุกหัว มันยังหมาดๆ อยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ที่คนรุ่นปัจจุบันยังจำกันได้

ฉะนั้น การที่ฮุนมาเนต เดินสายไปตีหน้าเศร้าเล่าเรื่องเท็จให้เขาฟัง โดยเฉพาะกับคนยุโรปซึ่งเขาเป็นเจ้าตำนานประวัติศาสตร์ นึกหรือว่าเขาจะเชื่อ?

เมื่อปี ๒๕๐๐ ภูมิภาคนี้อยู่ใต้เงาตีนจักรวรรดิอำนาจนักล่าตะวันตก เขมรก็สัตว์เลี้ยงในปลอกคอที่ฝรั่งเศสจูง

ศาลโลก ก็ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือของกลุ่มทุนจักรวรรดิอำนาจตะวันตก

สหประชาชาติ ก็ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือของกลุ่มทุนจักรวรรดิอำนาจตะวันตก

เวิลด์แบงก์ ก็ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือของกลุ่มทุนจักรวรรดิอำนาจตะวันตก

ทั้งหมดเพื่อเป้าหมาย “อำนาจเดียวครองโลก”

ดังนั้น เมื่อเขมรฟ้อง “ศาลโลก” ตู่เอา “ปราสาทพระวิหาร” จากไทย ยังไงๆ เขมรมันก็ชนะตั้งแต่วันที่ฟ้องแล้ว

เพราะเขมรเป็นขี้ข้าฝรั่งเศสในขบวนการจักรวรรดิอำนาจตะวันตก และ “ทั้งศาลโลก-ทั้งลูกขุน” ที่ตัดสิน ใครซะอีกล่ะที่เป็นทุนอุปถัมภ์?

เพราะ “รู้เช่น-เห็นชาติ” นั่นแหละ ไทยเราจึงสาปส่ง “ศาลโลก” แต่วันนั้น ส่วนเขมรยังกระหยิ่มยิ้มย่องภาคภูมิในความเป็นทาส

มีเรื่องกับไทยทีไร เอะอะกูก็จะลากไปขึ้นศาลโลก

.แล้วก็ร้องหาพ่อ “ฝรั่งเศส” ให้ช่วย!

นานเนมา ๘๐ กว่าปีแล้ว เขมรก็ยังเคลิ้มในความเป็นทาสตะวันตกจนถึงวันนี้

แถมยกความเป็น “ขี้ข้าฝรั่งเศส” เป็นปมเด่น ใช้เกทับไทย นึกว่าสังคมโลกทุกวันนี้ ยังอยู่ในยุคจักรวรรดิอำนาจตะวันตกกระมัง

ตื่นได้แล้วไอ้เขมรตูดหมึก!

“ระเบียบโลกเดิม” ที่ใช้มาตั้งแต่ปี ๑๙๔๕ มันพังทลายแล้ว

ตอนนี้ ไม่มี “ตำรวจโลก” หรือ “ศาลโลก” ที่จะเที่ยวไล่เตะหมากลางถนนได้เหมือนแต่ก่อนแล้ว

เมื่อบอกว่าบ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว เป็นของเขมร แต่ถูกไทยรุกล้ำเอาไป

ก็จะต้องไปฟ้อง “ศาลโลก” ที่เปาบุ้นจิ้น ยังต้องขากกกถุยใส่ทำไม?

ในเมื่อมั่นใจ และแน่จริง “ฮุนมาเนต” นายร้อยเวสปอยต์จากโควตาไทย ก็นำหน้าทหารลุยข้ามลวดหนามและตู้คอนเทนเนอร์เข้ามายึดเอาไปได้เลย

สังคมโลกยุค “กฎกติกาล้มละลาย” รู้ไว้ด้วย

“ใครใหญ่-ใครอยู่”!

สำหรับไทย “แผ่นดินของข้า-ใครอย่าแตะ” และข้าก็ไม่ปรารถนาไปแตะต้องแผ่นดินของใคร

แต่ถ้ามีหมาตัวไหนมาวอแวทึกทัก ก็หักหาญเข้ามาเลย อย่างที่บอก ยุคนี้ กฎกติกามันไร้ความหมาย

ทุกอย่างวัดกันที่ “ใครตีนใหญ่-คนนั้นอยู่” ดูทรัมป์ผู้เป็นเจ้าโลกเป็นตัวอย่าง!

ฉะนั้น จะบอกให้ เขมร อย่ามาวอแว และเล็ม เป็นหมาเห่า-เกาขี้เรื้อนอยู่ริมรั้วให้เป็นที่รำคาญ

อยากเปิด ก็รีบเปิด จะได้เอาไปทำเป็น “หมาหัน” ส่งไปขายที่เวียดนามตอนตรุษจีนซะเลย!

ไม่เอาละ…เบื่อ เรื่องเขมร “ทาสที่ไม่ยอมให้ปลดปล่อย” คุยเรื่อง “Spectre C” ดีกว่า กำลังฮิต

คือพอดี ได้อ่านที่อาจารย์ “ไชยันต์ ไชยพร” โพสต์เฟซ เป็นความรู้ทางวิชาการไว้ ก็อยากให้ได้อ่านทั่วๆ กัน ตามนี้

…………………………………

Chaiyan Chaiyaporn

Spectre C. ??!!

ช่วงนี้ คำว่า spectre กำลังเป็นข่าวดัง เพราะโยงกับชื่อบริษัท Spectre C ที่ดูจะโยงใยกับพรรคการเมืองบางพรรค

เรามาดูกันว่า เบาะแสต่อไปนี้ จะเป็นที่มาของชื่อบริษัทกันได้ไหมนะครับ

…………………….

จะมีหนังสือทางสังคมศาสตร์จำนวนหนึ่งที่ตั้งชื่อโดยมีคำว่า spectre และมักจะเป็นหนังสือฝ่ายซ้าย

หนังสือในสาขา “สังคมศาสตร์” ที่มีชื่อขึ้นต้นด้วยคำว่า “Spectre” (หรือ “Specter”) มีอยู่หลายเล่มที่น่าสนใจ

ส่วนใหญ่มักจะล้อไปกับประโยคเปิดในแถลงการณ์ของ  “พรรคคอมมิวนิสต์” ที่ว่า

“ปีศาจตนหนึ่ง (spectre) กำลังหลอกหลอนยุโรป – ปีศาจลัทธิคอมมิวนิสต์“

โดยคำว่า “Spectre” (หรือเยอรมันคือ Gespenst) ปรากฏอยู่ในประโยคเปิดของหนังสือ The Communist Manifesto (คำประกาศเจตนาคอมมิวนิสต์)

ที่เขียนโดย Karl Marx และ Friedrich Engels

“A spectre is haunting Europe — the spectre of communism.”

………………………

รายชื่อหนังสือที่สำคัญๆ ที่ใช้คำว่า Spectre ได้แก่

1.The Spectre of Comparisons: Nationalism, Southeast Asia, and the World

ผู้เขียน Benedict Anderson(1998)

เบเนดิกต์ แอนเดอร์สัน (ผู้เขียน Imagined Communities) วิเคราะห์เรื่อง “ชาตินิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

โดยอธิบายถึง “ปีศาจแห่งการเปรียบเทียบ” ซึ่งเป็นสภาวะที่คนในประเทศมองเห็นบ้านเมืองตัวเอง “ผ่านสายตาของคนนอก” หรือเปรียบเทียบกับมาตรฐานสากลอยู่เสมอ

ชื่อเรื่องนี้ นำมาจากประโยคในนิยายของ โฆเซ ไรซัล (José Rizal) วีรบุรุษชาวฟิลิปปินส์

……………………….

2.Specters of Marx

ผู้เขียน คือ Jacques Derrida (1993)

แม้จะเป็นหนังสือเชิงปรัชญา แต่มีอิทธิพลสูงมากในสายสังคมศาสตร์ และ รัฐศาสตร์

Derrida โต้แย้งว่า “แม้ลัทธิคอมมิวนิสต์จะล่มสลายไปพร้อมกับกำแพงเบอร์ลิน

แต่ “วิญญาณ” (Specter) ของมาร์กซ์ยังคงตามหลอกหลอนและมีอิทธิพลต่อโลกตะวันตกอยู่”

หนังสือเล่มนี้ ทำให้เกิดคำว่า Hauntology (สัญวิทยาแห่งการตามหลอกหลอน) พูดถึงการที่ปัจจุบันถูกหลอกหลอนด้วย

“อนาคตที่ไม่ได้เกิดขึ้น” ในอดีต

…………………….

3.The Spectre of Capital: Idea and Reality

Christopher J. Arthur (2002)

หนังสือเล่มนี้ เน้นไปทางเศรษฐศาสตร์การเมืองแนวทฤษฎีมาร์กซิสต์ โดยมองว่า “ทุน” (Capital) ทำตัวเหมือนปีศาจหรือสิ่งไม่มีตัวตน

แต่กลับเข้ามาควบคุมและบงการชีวิตจริงของมนุษย์ผ่านระบบมูลค่า

…………………

4.A Spectre, Haunting: On the Communist Manifesto

China Miéville (2022)

เป็นงานเขียนกึ่งวิชาการ กึ่งวิจารณ์การเมือง ที่หยิบยกเอา แถลงการณ์พรรคคอมมิวนิสต์ มาตีความใหม่ในบริบทศตวรรษที่ 21

เพื่อดูว่า “ทำไมข้อความเหล่านี้ยังคงทรงพลังและ “หลอกหลอน” โลกปัจจุบันอยู่”

……………………..

5.The Spectre of State Capitalism

ผู้เขียน คือ  Ilias Alami และ Adam D. Dixon (2024)

หนังสือใหม่ในสายเศรษฐศาสตร์การเมืองที่วิเคราะห์เรื่อง “ทุนนิยมโดยรัฐ” (State Capitalism) เช่น จีน

หรือประเทศที่มีกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติขนาดใหญ่ ซึ่งกำลังกลับมามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง

———

ผมเข้าใจและเห็นใจว่า คณะบุคคล/บุคคลที่เป็นมันสมอง และเป็นผู้ตั้งชื่อ บริษัท Spectre C. นี้ คงอยากอวดภูมิปัญญาตะวันตกที่ตนมี

และอยากให้จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ หากปฏิบัติการสำเร็จบรรลุเป้าหมาย

แต่อีกด้านหนึ่ง ก็กลายเป็นร่องรอยเบาะแสที่อาจสาวไปถึงที่มาได้

พูดมาถึงนี้…หลายคนก็คงเดาออกว่าเป็น “ใคร”

………………………….

เอ้า…ใครรู้ว่า “ใคร” นั้น คือ “ใคร”?

ส่งคำทาย พร้อมสำเนาบัตรประชาชนหน้า/หลัง ที่มี Laser ID ส่งมาที่ บริษัท Spasm C

ด่วน..ก่อนจะถูกคดี “ยุบพรรค”!

เปลว สีเงิน

๑๙ กุมภาพันธุ์ ๒๕๖๙

Line Open Chat *เพิ่มช่องทางการรับข่าวสาร จากเว็บไซต์ *อ่านคอลัมน์ เปลว สีเงิน ก่อนใคร *ส่งตรงถึงมือทุกคืน *เปิดกว้างเพื่อแฟนคอลัมน์พูดคุยแบบกันเอง ทุกเรื่องราว ข่าวสารบ้านเมือง สังคม ฯลฯ
Written By
More from plew
พ่อลูก “ผูกด้วยกรรม” #เปลวสีเงิน
เปลว สีเงิน  มีเรื่องให้ลุ้นกันอีกแล้วครับ….ทั่น! ว่าวันนี้ (๓ ก.ค.๖๘) อุ๊งอิ๊งที่ถูกแขวนในตำแหน่งนายกฯ จะกล้าเผยอหน้าเข้า “ถวายสัตย์ปฎิญาน” ในตำแหน่ง “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม” หรือไม่?...
Read More
0 replies on “กะล่อนจนโลกเมิน #เปลวสีเงิน”