เปลว สีเงิน
วันนี้ มาเมาท์ “เรื่องข้างบ้าน” กันดีกว่า!
เผื่อมีอะไรตอนไหน
เราจะได้รู้ต้นสาย-ปลายเหตุ ในภาวะที่ “มินิสงคราม” พร้อมเกิดได้ทุกที่-ทุกเวลา ไม่ว่าที่ “ตะวันออกกลาง” หรือที่ “ข้างๆ บ้านเรา”!
เมื่อเสาร์ ที่ ๒๔ มกรา.๖๙……
เรือรบโจมตีเร็วใกล้ชายฝั่ง USS Cincinnati (LCS-20) ชั้นอินดิเพนเดนซ์ ของสหรัฐฯพร้อม ฮ.ซีฮอว์ก ๒ ลำ มีลูกเรือราว ๔๐ นาย
เดินทางมาที่ “ฐานทัพเรือเรียม” สีหนุวิลล์ ของเขมร ฐานทัพนี้ จีนทุ่มทุนสร้างจนใหญ่โต เปิดเป็นทางการ เมื่อปีที่แล้วนี่เอง
การที่เรือรบสหรัฐฯ เข้ามาจอดที่ฐานทัพเรียม ไม่เพียงฮือฮาในเขมรเท่านั้น ยังเป็นข่าวดังไปทั่วโลก
เพราะต่างรู้กันดีว่า “ฐานทัพเรือเรียม” นั้น จีนเป็นเจ้าเข้าครองอยู่!
ดังนั้น การที่เขมรยอมให้สหรัฐฯ นำเรือรบเข้ามาจอดที่ฐานทัพเรียม “ของเขมร” ทางนิตินัย แต่เป็น “ของจีน” ทางพฤตินัย โดยจีนออกเงินสร้าง นั้น
จีนรู้สึกอย่างไรต่อ “ฮุนเซน-ฮุนมาเนต” ในพฤติกรรม “เล่นไพ่สองหน้า” โดยให้เรือรบสหรัฐฯ เข้ามา “เย้ยจีน” จอด ตอบได้ไม่ยาก!
“ฐานทัพเรือเรียม” ที่จีนปรับปรุง นี้
มีทั้งเรดาร์ ที่จอดเฮลิคอปเตอร์ ภายในฐานมีท่าจอดเรือ ๓ แห่ง
ท่าเรือใหญ่สุด ยื่นลึกเข้าไปในอ่าว เป็นของจีน
ส่วนท่าเรือเล็ก เป็นของกัมพูชา และมีท่าเทียบเรือโหลดสินค้า นอกจากนี้ ยังมี dry dock และ marine railway
ภายในฐานมี “คลังแสง” เก็บกระสุน และ “สำนักงาน” ตั้งอยู่ด้านใน
ตัดกลับจาก “ฐานทัพเรือเรียม” ที่สีหนุวิลล์ มาที่ “ประเทศไทย” เสาร์ที่ ๒๔ มกรา.วันเดียวกัน
พลเรือเอก Samuel Paparo ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก
เข้าพบ “พลเอกอุกฤษฎ์ บุญตานนท์” ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทย ในโอกาสเดินทางมาเยือนไทย ระหว่าง ๒๔-๒๕ ม.ค.๖๙
ผู้หลัก-ผู้ใหญ่เขาจะคุยอะไรกัน ก็อย่าไปรู้เขาเลย เอาเท่าที่เขาอยากให้รู้ก็พอ
เรื่องแรก เรื่องการฝึกร่วม Cobra Gold ปลายเดือนกุมภา.ถึงต้นเดือนมีนา.ที่ไทยกับสหรัฐเป็น “เจ้าภาพร่วม” และการฝึกมีขึ้นในไทย
พลเรือเอก Samuel Paparo ท่านนี้แหละ เป็นผู้นำฝ่ายสหรัฐฯ
เรื่องที่สอง คงหนีไม่พ้นเรื่องระหอง-ระแหงระหว่างไทยกับเขมร พลเรือเอก Samuel Paparo ท่านก็คงพูดจาประสาดอกไม้ “ถนอมน้ำใจ” เชิงประสานทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ
ก็อยากพูดให้ครบไปซะเลย เรื่อง “ไทย-สหรัฐฯ” เตรียมจัดการซ้อมรบร่วมกับ “กองทัพพันธมิตร” ระหว่างวันที่ ๒๓ ก.พ. – ๖ มี.ค.๖๙
จะมีบุคลากรมากกว่า ๘,๐๐๐ คน จาก ๓๐ ประเทศเข้าร่วม ในรหัสการฝึก “Cobra Gold 2026”
เป็นการซ้อมรบร่วมใหญ่ที่สุดใน “ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก”
โดยไทยเป็น “เจ้าบ้าน” ในการจัดการฝึก
และสหรัฐฯ เป็น “ชาติหลัก” ในการนำกำลังเข้ามาซ้อมรบร่วม
เป็นการซ้อมรบระดับ Heavy Year คือจะขนอาวุธมาซ้อมรบกันชนิด “จัดหนัก-จัดเต็ม” ครอบคลุมทุกด้าน
มีการใช้ “กระสุนจริง” ในการซ้อมรบด้วย!
ประเทศร่วมซ้อมรบหลักมี ๗ ประเทศ “ไทย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และ มาเลเซีย”
สมทบเพิ่มเติม ๓ ประเทศ “จีน อินเดีย ออสเตรเลีย”
กลุ่มผู้สังเกตการณ์ ๑๐ ประเทศ
“บรูไน เยอรมนี จอร์แดน ลาว เนเธอร์แลนด์ ปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย สวีเดน ติมอร์-เลสเต และเวียดนาม”
กลุ่มวางแผน ๑๐ ประเทศ
“บังกลาเทศ แคนาดา ฟิจิ ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร อิตาลี มองโกเลีย เนปาล นิวซีแลนด์ และฟิลิปปินส์”
แต่ทั้งหมดนี้ ไม่มี “เขมร” เข้าร่วม!
คุณ “พีระชาติ อินตา”…..
ท่านโพสต์เกี่ยวกับที่สหรัฐนำเรือรบเข้ามากระแทกไหล่เรือรบจีนที่จอดอยู่ “ฐานทำเรือเรียม” ไว้น่าสนใจ ผมขออนุญาตนำมาเผยแพร่อนะครับ
………………………………….
“พีระชาติ อินตา”
พี่น้องครับ วันนี้ผมมีข้อมูลเรื่อง… เกมการทูตเรือรบสะท้านอ่าวไทย!
เมื่อสื่อทั่วโลกแห่ประโคมข่าว “พญาอินทรี” ท้าชน “พญามังกร” ถึงถิ่นฐานทัพเรียม
พี่น้องครับ เรื่องนี้ ไม่ได้เป็นแค่ข่าวในไทยนะครับ แต่มันคือ “พาดหัวยักษ์” ในสื่อระดับโลกอย่าง AFP, AP, Reuters, Times of India และ Khmer Times
ที่ต่างก็มองว่า เหตุการณ์วันที่ 24 มกราคม 2569 นี้ คือ “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของความมั่นคงในภูมิภาคอาเซียน
เรามาแกะรอยดูซิว่า “หูตา” ของคนทั้งโลกเขามองเรื่องนี้ยังไงกันบ้างครับ
*สื่อตะวันตกมองเป็นการ “ท้าทายซึ่งหน้า”
สื่ออย่าง AFP และ Associated Press (AP) รายงานภาพนาทีประวัติศาสตร์ที่เรือรบสหรัฐฯ USS Cincinnati จอดห่างจากเรือรบจีนเพียงแค่ 150 เมตร!
สื่อกลุ่มนี้ วิเคราะห์ว่า…..
สหรัฐฯ กำลังส่งสัญญาณ “เช็กบิล” ข่าวลือที่ว่า “จีนได้รับสิทธิขาดในการใช้ฐานทัพนี้เพียงผู้เดียว” (Exclusive Access)
การที่เรืออเมริกาสามารถเทียบท่า “หน้าตาเฉย” ข้างเรือจีน คือการบีบให้กัมพูชาต้องรักษาสัญญาที่ว่าจะ “เปิดฐานทัพให้ทุกชาติ”
*สื่อกัมพูชา (Khmer Times) เน้นโชว์ความ “แฟร์” :ทางฝั่งสื่อเจ้าบ้านพยายามประโคมข่าวว่า
นี่คือ “ความโปร่งใส” ของรัฐบาลนายกฯ ฮุน มาเนต โดยระบุชัดเจนว่า
“กัมพูชาพร้อมต้อนรับเรือรบจากทุกชาติที่เป็นมิตร”
ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เวียดนาม (ที่เคยมาแล้ว) หรือฝรั่งเศสที่มีคิวจะมาปีหน้า
เพื่อสยบข้อครหาจากชาติตะวันตกที่จ้องจะคว่ำบาตรกัมพูชามาตลอดหลายปี
*สื่ออินเดีย และเอเชียใต้จับตา “จุดยุทธศาสตร์” :Times of India วิเคราะห์ลึกไปถึง “เส้นเลือดใหญ่ทางการค้า”
โดยมองว่า….
“ฐานทัพเรียม” คือจุดยุทธศาสตร์ที่จีนใช้คุมช่องแคบมะละกา และทะเลจีนใต้ตอนล่าง
การที่สหรัฐฯ กลับมาเหยียบเรียมได้อีกครั้ง หลังจากหายไปถึง ๘ ปี (นับจากปี ๒๕๖๐) คือการรื้อฟื้นอิทธิพลที่หายไปของพญาอินทรีในย่านนี้
พี่น้องครับ ลองนึกภาพตามนะ
“บ้านหลังนี้ จีนสร้างให้ แต่สหรัฐฯ ขอเข้ามานอน”
นี่คือการวัดใจที่เจ็บแสบที่สุด จีนเองแม้จะยิ้มแห้งๆ แต่สื่อในเครือข่ายจีน มักจะตั้งคำถามว่า
สหรัฐฯ เข้ามาเพื่อ “กระชับมิตร”
หรือเข้ามาเพื่อ “สอดแนม” เทคโนโลยีที่จีนติดตั้งไว้ในฐานทัพกันแน่?
เพราะอย่าลืมว่า USS Cincinnati คือเรือรบชายฝั่ง (LCS) ที่มีความคล่องตัวสูงและมีอุปกรณ์ตรวจจับที่ทันสมัยมาก
ทำไมเราต้องสนใจ?
เพราะ “ฐานทัพเรียม” อยู่ห่างจาก “จังหวัดตราด” และพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล (OCA) ของไทยเพียงนิดเดียวครับ!
หากฐานทัพนี้กลายเป็น “พื้นที่ประลองกำลัง” ของมหาอำนาจ ความตึงเครียดจะพุ่งสูงขึ้นทันที
แต่ถ้ากัมพูชาเล่นเกมนี้ได้สำเร็จ คือการเป็น “ตัวกลาง” ให้ทั้งสองฝ่ายมาเจอกันได้
อ่าวไทยของเราก็จะกลายเป็น “พื้นที่ที่ปลอดภัย” และสมดุลมากขึ้น
พี่น้องครับ เกมนี้ยังไม่จบ USS Cincinnati จะอยู่ที่นี่ถึงวันที่ 28 มกราคม มีกำหนดการฝึกร่วมทางเรือครั้งสำคัญที่นำโดย “พลเรือเอก ซามูเอล ปาปาโร” ผบ.อินโดแปซิฟิกของสหรัฐฯ เองเลย
งานนี้บอกเลยว่า…..
“พญามังกร” คงต้องนอนตาไม่หลับไปอีกหลายคืนครับ!
✍️ พีระชาติ อินตา
……………………………………….
ในประเด็น “ไม่มีเขมรร่วม” ในการฝึกคอบรา โกลด์ เที่ยวนี้
“พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์” ผบ.ทสส.บอกว่า
“ประเทศกัมพูชาครบรอบฝึกไปแล้ว ก็ต้องเปลี่ยนประเทศ เป็นจังหวะพอดี”
ครับ…ท่านว่าพอดี ผมก็พอดีตามท่าน เขมรปรับตัว-ปรับสันดานจนลิ้นเหลือแฉกเดียวเมื่อไหร่ ค่อยมาพูดกันเรื่องร่วมวงไพบูลย์ก็ยังไม่สาย
ตอนนี้ “ดัดสันดาน” มันไปก่อน ดีแล้ว!
“ด่านชายแดน” นั่นน่ะ อย่าเพิ่งเปิดเป็นอันขาด เปิดเมื่อไหร่ “เขมรรอดตาย”
แต่ “ท่านน่ะ….ตาย”!
การปะทะ รอบ ๓ เราไม่ต้องไปสนใจ
เห็นทหารเขมรเหมือนตัวตุ่น ขุดคูเลต ทำบังเกอร์ กันยิกๆ ประชิดแดนรอบด้าน แอบซุ่มดูทางฝั่งไทยพัฒนาพื้นที่ภูมะเขือ ช่องอานม้า ปราสาทตาควาย เนิน ๓๕๐
ก็น่าเอ็นดู๊…เอ็นดู เหมือนเด็กเห็นเพื่อนกินขนม ไม่มีตังค์ซื้อ ก็แอบชะเง้อดู น้ำลายสอ!
ที่ “พล.อ.เตีย บันห์” อดีตรองนายกฯ และรมว.กห.เขมร ขอ “สงบศึก” กับไทยนั้น
ความจริง “โน พรอบเบลม” อยู่แล้ว เพราะไทยไม่เคยไปวอแวกับเขมร มีแต่เขมรเท่านั้นที่มา “กวนตีน” กับไทยเอง!
-เลิกกวนตีน
-หยุดรุกล้ำเข้ามาเคลมเอาแผ่นดินไทย
-ปราบสแกมเมอร์ ค้ามนุษย์ ฟอกเงิน คอลเซ็นเตอร์ ให้หมด
แค่เนี้ย….
ถ้าทำได้ ก็เท่ากับ “สงบศึก” ในตัว ประเทศใคร-ประเทศมัน แผ่นดินใคร-แผ่นดินมัน ไทยไม่เคยรุกราน-รังแก-ตอดเล็ก-ตอดน้อยแผ่นดินของใครอยู่แล้ว
ว่าแต่ว่า “ฮุนเซน-ฮุนมาเนต” ทำได้หรือเปล่าล่ะ?
ถ้าทำได้ ให้ไทย “รอดูวามประพฤติ” ซักพัก แล้วค่อยมาคุยกัน
แต่ถ้าทำไม่ได้ และไม่พอใจ….
อยากเปิดวันไหน ก็เปิดมาเลย แล้วดูซิว่า อเมริกันหรือจีนเขาจะช่วย (มึง) มั้ย?!
เปลว สีเงิน
๒๗ มกราคม ๒๕๖๙

