“มะเร็งปากมดลูก” ภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทยทุก 2 ชั่วโมง แพทย์เตือน “อย่าละเลยการตรวจคัดกรอง พร้อมฉีควัคซีน HPV ป้องกัน

“มะเร็งปากมดลูก” ยังคงเป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่สร้างความสูญเสียต่อผู้หญิงไทยอย่างมาก โดยเฉลี่ย ทุก ๆ 2 ชั่วโมง จะมีผู้หญิงไทย 1 คนเสียชีวิตจากโรคนี้ แม้ว่าการรณรงค์ด้านวัคซีนและการตรวจคัดกรองจะช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตลง จากเดิมที่เคยมีผู้หญิงไทยเสียชีวิตทุก 7 นาที 1 คน แต่โรคนี้ยังคงเป็นภัยเงียบที่ไม่ควรถูกมองข้าม

พญ. สมฤดี อุปลวัณณา สูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญมะเร็งวิทยานรีเวช–ผ่าตัดส่องกล้องนรีเวช โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดเผยว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 2 ของสตรีไทย รองจากมะเร็งเต้านม โดยมีอุบัติการณ์เฉลี่ย 14.9 ต่อประชากรหญิง 100,000 คน สาเหตุหลักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งติดต่อได้ง่าย โดยเฉพาะผ่านการมีเพศสัมพันธ์

นอกจากนี้ เชื้อไวรัสดังกล่าวยังสัมพันธ์กับมะเร็งชนิดอื่น ๆ เช่น 1. มะเร็งช่องคลอด 2. มะเร็งอวัยวะเพศภายนอก 3. มะเร็งช่องปากและลำคอ และ 4. มะเร็งทวารหนัก

แม้โดยทั่วไป ร่างกายสามารถกำจัดเชื้อ HPV ได้เองภายใน 1 ปี แต่หากติดเชื้อสายพันธุ์เสี่ยงสูง เช่น HPV 16 และ 18 และระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถกำจัดได้ เซลล์บริเวณปากมดลูกจะเกิดการเปลี่ยนแปลงและอาจพัฒนาเป็นมะเร็งภายในระยะเวลา 3–10 ปี “สิ่งที่น่ากังวลคือ มะเร็งปากมดลูกในระยะแรกแทบไม่แสดงอาการใดๆ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตนเองมีความผิดปกติ จนกว่าจะเข้าสู่ระยะที่โรคลุกลามและยากต่อการรักษา”
อาการที่อาจพบเมื่อโรคดำเนินไป เช่น ตกขาวผิดปกติ มีกลิ่นเหม็นหรือปนเลือด เลือดออกขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือเลือดออกผิดปกติที่ไม่ใช่ประจำเดือน หากกดเบียดอวัยวะข้างเคียงอาจทำให้ปวดท้องน้อย ขาบวม ปวดหลัง หรือเกิดภาวะไตวาย ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรละเลย ควรต้องรีบมาพบแพทย์

พญ. สมฤดี อธิบายเพิ่มเติม สำหรับแนวทางการรักษา หากตรวจพบในระยะเริ่มต้นสามารถผ่าตัดได้และมีโอกาสหายสูง แต่หากเข้าสู่ระยะที่เป็นมากขึ้น (ระยะ 2–4) ไม่สามารถผ่าตัดได้ จำเป็นต้องรักษาด้วยการฉายแสงร่วมกับเคมีบำบัด และอาจใช้ยาภูมิคุ้มกันบำบัดหรือยาพุ่งเป้าร่วมด้วย ทำให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงขึ้นและโอกาสหายขาดลดลง

“การฉีดวัคซีน HPV ถือเป็นเกราะป้องกันด่านแรก แต่ไม่ใช่วิธีการป้องกันที่สมบูรณ์ วัคซีนไม่สามารถป้องกันได้ 100% ดังนั้นผู้หญิงทุกคนยังคงต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจ Pap smear หรือการตรวจหาเชื้อ HPV ร่วมกัน เพื่อให้สามารถตรวจพบความผิดปกติในระยะเริ่มต้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การรักษามีประสิทธิภาพสูงที่สุด”

ปัจจุบัน วัคซีน HPV มีให้เลือกทั้ง 2, 4 และ 9 สายพันธุ์ โดยสามารถป้องกันได้ 70–90% แนะนำให้ฉีดตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป กลุ่มอายุ 9–15 ปี ใช้เพียง 2 เข็ม ส่วนอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปจำเป็นต้องฉีด 3 เข็ม แม้วัคซีนจะมีประสิทธิภาพสูงสุดในผู้ที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ แต่ยังคงมีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว หากยังอยู่ในช่วงอายุที่เหมาะสม

พญ. สมฤดี ทิ้งท้ายว่า อีกประเด็นที่น่าจับตาคือ ปัจจุบันมะเร็งปากมดลูกมีแนวโน้มตรวจพบในหญิงอายุน้อยลงกว่าอดีต จากเดิมที่เคยพบมากในกลุ่มอายุ 50–60 ปี กลับพบเพิ่มขึ้นตั้งแต่อายุ 30–40 ปี เคยพบผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกในอายุเพียง 26 ปี ซึ่งเกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงหลายประการ เช่น การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย การมีคู่นอนหลายคน การสูบบุหรี่ การคลอดบุตรหลายคน รวมถึงประวัติเคยติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

“มะเร็งปากมดลูก” เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ หากผู้หญิงทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีนและการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ อย่ารอให้มีอาการ เพราะนั่นอาจหมายถึงการพบโรคในระยะที่สายเกินไป การตรวจพบเร็ว คือโอกาสในการรักษาและการรอดชีวิตที่สูงกว่า

หากคุณหรือคนใกล้ชิดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง อย่ารอให้สายไป โรงพยาบาลพระรามเก้าขอเชิญชวนผู้หญิงทุกช่วงวัย เข้ารับการฉีดวัคซีน HPV และตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ เพราะการป้องกันตั้งแต่วันนี้ คือการรักษาชีวิตและอนาคตของคุณและคนที่คุณรัก

สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 1270 หรือ Website: www.praram9.com / Line: lin.ee/vR9xrQs หรือ @praram9hospital และ Facebook: Praram9 Hospital

Written By
More from pp
“อนุทิน” ชื่นชมหนัง “สัปเหร่อ” ตัวอย่างความสำเร็จ Soft Power วิถีชาวบ้าน ขอนักปั้น Soft Power ไทย ดูเป็นแบบอย่าง
24 ตุลาคม 2566 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกระแสภาพยนตร์เรื่อง “สัปเหร่อ” ระบุว่า
Read More
0 replies on ““มะเร็งปากมดลูก” ภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทยทุก 2 ชั่วโมง แพทย์เตือน “อย่าละเลยการตรวจคัดกรอง พร้อมฉีควัคซีน HPV ป้องกัน”