อาถรรพ์ “บ้านพิษฯ” #เปลวสีเงิน

เปลว สีเงิน

“การตีหมาไม่สนหน้าเจ้าของ” ครั้งนี้ ต้องบอกว่า
“พรรคประชาชน” ทำถึง!
ยิ่งอ่านคำปรารภเหตุในญัตติ ว่า ทำไมจึงเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเฉพาะตัว “นายกฯ แพทองธาร” คนเดียวด้วยแล้ว
ต้องซี๊ดปากกันเลยเชียว

เพราะลบภาพ “พรรคส้ม” เด็กในคาถา “พรรคแดง” ทักษิณ จนสิ้นกังขาว่า รายการนี้ก็แค่ “ละครตบตา” ประชาชน!

ไม่เชื่อ ก็ลองอ่านเนื้อหาในญัตติที่ “นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน ยื่นประธานวันนอร์ เมื่อวาน (๒๗ ก.พ.๖๘) ดูก็ได้
……………………………….

ขอเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ “นางสาวแพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี
โดยพวกข้าพเจ้าเห็นว่า “นางสาวแพทองธาร ชินวัตร” เป็นผู้มีพฤติการณ์อันไม่อาจไว้วางใจให้บริหารราชการแผ่นดินในฐานะ “นายกรัฐมนตรี” ได้อีกต่อไป

เนื่องจากไม่มีคุณสมบัติ
และไม่มีความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายบริหารด้วยประการทั้งปวง

ทั้งขาดภาวะผู้นำ ขาดวุฒิภาวะ ขาดความรู้ความสามารถ และขาดเจตจำนงในการบริหารราชการแผ่นดินที่แก้ปัญหาให้แก่ประเทศชาติและประชาชน

ส่งผลทำลายภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศชาติ
จงใจลอยตัวอยู่เหนือปัญหาและไม่มีความรับผิดชอบต่อตำแหน่งหน้าที่

เพียงเพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ของตนเอง บิดา ครอบครัว และพวกพ้องเป็นตัวตั้ง อยู่เหนือผลประโยชน์ของส่วนรวม

“นางสาวแพทองธาร ชินวัตร” ยังไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติการณ์เอาเปรียบประชาชน เอาเปรียบสังคม

โกหกหลอกลวง ไม่ดำเนินการตามนโยบายที่ให้สัญญาไว้กับประชาชน
เป็นนั่งร้านช่วยเหลือต่างตอบแทนกลุ่มบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย

บริหารบ้านเมืองผิดพลาดล้มเหลวอย่างร้ายแรงทั้งในด้านการเมือง การปฎิรูปกองทัพ ความมั่นคง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม

ทำลายนิติรัฐ ทำลายระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา เจตนาตลอดจนปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน ภายใต้การบริหารงานของตนเอง

ทั้งยังทุจริตเชิงนโยบาย บริหารบ้านเมืองเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่พวกพ้องและกลุ่มทุน
แต่งตั้งบุคคลที่ขาดความเหมาะสม ขาดความรู้ความสามารถ หรือไม่ซื่อสัตย์สุจริตไปเป็นรัฐมนตรีหรือตำแหน่งสำคัญอื่น

นอกจากนี้ยังสมัครใจยินยอมให้ “นายทักษิณ ชินวัตร” ผู้เป็นบิดา ชี้นำ ชักใย ให้กระทำการหรืองดเว้นกระทำการอันเป็นเรื่องสำคัญของชาติบ้านเมือง

ประพฤติตนเป็นเสมือนนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด โดยมีบิดาเป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริงที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อการใช้อำนาจ

จากพฤติการณ์ดังที่พวกข้าพเจ้าได้กล่าวมา หากปล่อยให้ “นางสาวแพทองธาร ชินวัตร” ยังคงบริหารราชการแผ่นดินสืบไป

จะทำให้ประเทศชาติเสียหายอย่างร้ายแรงจนยากจะแก้ไขเยียวยาได้
………………………………

เป็นไงครับ?
เตะพ่อยังไม่แค้นเท่าตบหัวลูกประจานกลางตลาดเช่นนี้

ฉะนั้น ผมว่าญัตตินี้ พ่อนายกฯ ต้องโกรธชนิดลงกาไหม้ เมื่อส้มไม่ไว้หน้า ก็ต้อง “สะบั้นญาติ-ขาดกันไป”

ไม่ต้องเป็น “ฝ่ายประชาธิปไตย” ปฎิบัติการร่วมในถนน-ในสภากันอีก ต่อจากนี้ “ทางใคร-ทางมัน”!

นี่คงโทรหา “ธนาธร” ให้ควัก

ในเมื่อทักษิณเป็นหัวหน้าคอกเพื่อไทย แล้วใครจะปฎิเสธได้ล่ะว่า “ธนาธรไม่ใช่จิตวิญญานของพรรคประชาชน?

ดังนั้น การ “รุกฆาต” กะกินขุนหวังคว่ำกระดานกันไปเลยเช่นนี้ เรียกว่า “เอากันถึงตาย”

ถ้า “ธนาธร” ไม่ไฟเขียว “หัวหน้าเท้ง” คงไม่เลี้ยวซ้ายพุ่งชนหวังฆ่า “แพทองธาร” คนเดียวแน่!

อย่าลืม ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนี้ มีข้อหาทุจริตอยู่ด้วย

ดังนั้น เมื่อลงมติแล้ว ต้องยื่นคำร้องต่อประธานวุฒิสภา เพื่อให้ “วุฒิสภา” มีมติถอดถอนนายกฯ ออกจากตำแหน่ง!!!

ผมบอกแล้ว ปลายมีนา.เป็นช่วง “สุกดิบ” ของรัฐบาล งานอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ ครั้งนี้ รัฐบาลเสียงมากโหวตยังไง ก็ผ่านอยู่แล้ว

แต่ปัญหาอยู่ตรงว่า ผ่านแบบต้อง “หามออกจากสภา” หรือว่า “หน้านวลนั่งเสลี่ยง” ออกมาเท่านั้นแหละ

แพทองธาร เธอเป็น “นายกฯ โอปปาติกะ” ต้องด้วยภาษาเทพกับพ่อนักโทษเทพเท่านั้น ถึงจะสื่อสารกันรู้เรื่อง

แต่กับมนุษย์ทั่วไป ขนาดอ่านไอแพดตอบ ยังไปคนละทิศละทาง

การถูกอภิปรายคนเดียวกลางสภาชนิด ๒ วัน ๓ คืน เป็นผมลมจับตั้งแต่รู้ว่าถูกขึงพืดแล้ว

เพราะรายการนี้ เมื่อขึ้นเวที พี่เลี้ยงก็ช่วยได้ยาก ต้องใช้ “คอมพิวเตอร์สมอง” ตัวเองตลอดเวลา ด้วยไม่รู้เขาจะยกประเด็นไหนขึ้นมาเฉาะ

ตัวเองก็ต้องยืนเก๊กท่าสวยๆ ซดสดๆ ให้กล้องจับออกจอโทรทัศน์ให้คนดูทั้งประเทศ!

แล้วพรรคประชาชน-ฝ่ายค้าน แต่ละคน ล้วนแต่ปากแจ๋ว ปากแสบ ปากกล้า ปากเพชฌฆาต ปากตำแย แค่คิดปัสสาวะก็จะราดแทนนายกฯ

ยังไงก็อย่าร้องไห้ สะบัดก้นจากที่ประชุมหนีกลับบ้านก็แล้วกัน เพราะรายการนี้ เป็นศึก “ยุทธหัตถี” แดงส้ม

ถ้าแพทองธารหนี เท่ากับถูกฟันขาดคอช้าง รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยเจ๊งเลย

แต่ถ้าหยัดอยู่สู้ศึกไว้ลายลูกพ่อทักษิณ เลือกตั้งครั้งหน้า “พรรคประชาชน” ยังจะกินพรรคเพื่อไทยได้ยาก!

พรรคประชาชนเขามีกึ๋น….
เขียนญัตติโยงถึงพ่อนายกฯ เป็น “คนใน” ได้ชนิดสมเหตุ-สมผล ดังนั้น จึงเป็นการอภิปรายเด็ดดอกไม้แต่สะเทือนถึงดวงดาวโดยธรรมชาติ

แต่ผมก็ไม่แน่ใจนะว่า การอภิปราย ๒๔ มีนา.จะไม่ล่ม ด้วยเหตุประท้วงจาก “องครักษ์พิทักษ์พ่อ”

และองครักษ์นั่นแหละ มีโอกาสสร้างบรรยากาศตึงเครียด ถึงขั้นอาจเกิดเหตุโกลาหลวุ่นวายขึ้นในที่ประชุม

สมมติ นายกฯ ยืนหยัดสู้ครบยก การลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ ผลจะออกมาแบบไหน ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว?
ใน “สภาผู้แทน” ชนะอยู่แล้ว

แต่ใน “สภาประชาชน” ชนะหรือไม่ เป็นอีกเรื่อง

“พรรคประชาชน” ถ้าอภิปรายเข้าหู-เข้าตา,ตรงปก-ตรงประเด็น โอกาสชนะใจประชาชนมีสูง ถึงสูงมาก

ประเด็นที่น่าสนใจ ผมว่าไม่ได้อยู่ที่พรรคประชาชนยื่น “ซักฟอก” นายกฯ คนเดียว
แต่อยู่ที่ มันเกิดอะไรขึ้น ระหว่าง “ทักษิณ-ธนาธร”?

ก็รู้มิใช่หรือ ว่าอุ๊งอิ๊งคือ “กล่องดวงใจ” ของทักษิณ แต่ธนาธรกลับให้พรรคประชาชนใช้ค้อนปอนด์ “ทุบกล่องดวงใจ” แถมใช้ส้นเท้าขยี้ๆ ซ้ำเช่นนี้

เท่ากับพรรคประชาชนใต้เงาธนาธรประกาศอิสรภาพ
ต่อจากนี้ พรรคประชาชน กับพรรคเพื่อไทย ไม่เป็นพี่-เป็นน้อง กันอีกต่อไป

ลงถนน ก็พ่น-ก็เผาคนละสาย เข้าสภา ก็นั่งคนละซีก ตายก็จะแยกวัด-แยกเมรุ จะไม่เผาร่วมกัน ประมาณนั้น!

มันศึกระหว่าง “ทักษิณ-ธนาธร” ที่น่าสนใจ โดยสะท้อนผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา

แต่ผมให้ข้อสังเกตไว้อย่าง….
การพลิกผัน เดิมจะอภิปรายหลายรัฐมนตรี แต่ปุบปับ-พุ่งตรงนายกฯ คนเดียว

เบื้องหลังเรื่องนี้ มี “การเมืองระหว่างประเทศ” คอนโทรลฝ่ายใด-ฝ่ายหนึ่งอยู่เบื้องหลังหรือไม่?

เพราะในรอบสัปดาห์ที่ผ่าน มีเหตุการณ์ที่ “ไทยเป็นตัวกลาง” แต่เกี่ยวพันผลประโยชน์ฝ่ายจีนและฝ่ายสหรัฐฯ ในบางเรื่อง

ใครที่ติดตามข่าว น่าจะพอเห็นแอกชั่นผ่าน “ตัวแทนมหาอำนาจ” จาก “คนการเมือง” บางพรรค

เมื่อสิ่งที่รัฐบาลทำ “ตรงใจ” อำนาจหนึ่ง ก็ย่อม “ขัดใจ” อีกอำนาจหนึ่ง จึงมีความน่าจะเป็น ที่มหาอำนาจใช้ “บ๋อยการเมือง” เดินเกม

ยังร่วมเดือนจะถึงวันอภิปราย ทุกอย่างพลิกได้ทั้งนั้น การอภิปรายจะเข้มข้นจริงจัง หรือเจือจางเหมือนน้ำล้างเนื้อ
ก็อยู่ช่วงนี้ ว่า….

“ทักษิณ-ธนาธร” เขาจะเคลียร์เรื่องที่คนนอกไม่รู้กันลงตัวได้แค่ไหน?

แต่ดูเนื้อหาญัตติที่ “เอาเป็น-เอาตาย” แล้ว

ถ้าตอนอภิปราย พรรคประชาชนกลายเป็น “อภิปรายไป-กราบไป” จะถูกสาปแช่งให้ฉิบหาย-ตายโหงสถานเดียว!

สำหรับ “พรรคร่วม” อยู่ในฐานะ “ขึ้นภูดูเสือกัดหมา-หมากัดเสือ” เรียกว่า “งานนี้ไม่เกี่ยว” ตามน้ำไปสบายๆ

ตอนอภิปรายในสภา นั่นอาจไม่มีปัญหา
แต่ผลหลังอภิปรายนั่นแหละ “มีปัญหา” แน่นอน รัฐบาล, ตัวนายกฯ “จะอยู่-จะไป” แรงกดดันจากภาคประชาชนจะมีมาก

สรุปแล้ว……..
“สงกรานต์” ปีนี้ นายกฯ แพทองธารคงต้องสาดน้ำตัวเองเป็นตุ่มถึงจะคลายร้อนนอก ส่วนร้อนในที่เหมือนไฟการเมืองสุม ก็ไม่รู้จะช่วยยังไง?

เมื่อวาน เห็น “ตัวพ่อ” เข้าบ้านพิษฯ ก็ไม่รู้จักจำ

“บ้านพิษฯ” คือสัญญาน “รัฐบาลพัง”

ไม่เชื่อ ก็ย้อนหลังไปดูได้ รัฐบาลไหนใช้บริการบ้านพิษฯ เป็น “พังทุกรัฐบาล”

“รัฐบาลทักษิณ” เองก็เคยพังมาที คราวนี้ “รัฐบาลลูก” ก็จะพังอีก ไม่เชื่อก็คอยดู!

เปลว สีเงิน
๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

Line Open Chat *เพิ่มช่องทางการรับข่าวสาร จากเว็บไซต์ *อ่านคอลัมน์ เปลว สีเงิน ก่อนใคร *ส่งตรงถึงมือทุกคืน *เปิดกว้างเพื่อแฟนคอลัมน์พูดคุยแบบกันเอง ทุกเรื่องราว ข่าวสารบ้านเมือง สังคม ฯลฯ
Written By
More from plew
“ตุลาฯ อาถรรพณ์” – เปลว สีเงิน
เปลว สีเงิน อืมมมมม….. เดือน “ตุลา” นี่เหมือนมีอาถรรพณ์ วันก่อน (๒ ตค.) จลาจลในสนามฟุตบอลที่อินโดฯ เหยียบกันตายไปอย่างน้อย ๑๒๕...
Read More
0 replies on “อาถรรพ์ “บ้านพิษฯ” #เปลวสีเงิน”