“ส้ม” ที่ “กฤต” ไม่รู้จัก #เปลวสีเงิน

เปลว สีเงิน

เมื่อก่อน….

ถ้านักการเมืองคนไหนบอกว่า “รวยแล้วไม่โกง”

เอาปูนแดงคาดหัวได้เลย

เข้าไปมีตำแหน่งวันไหน…แม่ม…“มันโกงฉิบหายบรรลัยจักร”!

เดี๋ยวนี้มีเพิ่ม

ถ้าใครบอกว่า “ผมเป็นดอกเตอร์ ไม่โกงหรอก”

ก็ร้อยละ ๕๐-๖๐ ในขบวนการโกงนั่นน่ะ มีคำว่า “ดอกเตอร์” นำหน้าแทบทั้งนั้น!

อย่างกรณี “ซื้อสอบ” บรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น รายละ ๓๕๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ บาท นั่นปะไร

ไอ้ตัว “ต้นน้ำ” ทาง ป.ป.ช., ป.ป.ป. และ ป.ป.ท. เขาเห็นหัว-เห็นหางตะคุ่มๆ แล้วหละ แต่จะเป็นดอกเตอร์ด้วยหรือปล่า…หนูไม่รู้!

รู้แต่ว่าไอ้ตัว “กลางน้ำ” ที่ดำยังไม่โผล่ ก็เป็นดอกเตอร์

ก็คือ “จ.ส.ต.ดร.พิชิต ทั้งพรม” ผอ.กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี เพชรบูรณ์

คนนี้เป็นตัวเชื่อมระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำ ตัวอยู่เพชรบูรณ์แต่มาซื้อบ้านตั้งเป็นบริษัทอยู่นนทบุรี ทำเป็น “ศูนย์ปฎิบัติการโกง”

ขณะเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปจับ

“เจ้าตัวไม่อยู่” หรืออยู่ แต่เจ้าหน้าที่เก็บตัวไปสอบปากคำ ผมก็ไม่แน่ใจ

แต่ที่แน่ๆ ตอนบุกจับ พบลูกน้องที่เป็นข้าราชการท้องถิ่น กำลังแก้ไขกระดาษคำตอบแล้วคีย์เข้าระบบคอมพิวเตอร์เพื่อส่งกลับไปหน่วยงานที่จัดสอบกันชนิดคร่ำเคร่ง

เจ้าหน้าที่เก็บตัวเข้าเซฟเฮาส์ไว้เค้นปากคำ ๑๐ คน รวมทั้ง “นายฉัตรพิศุทธิ์” ผู้ทำหน้าที่ประสานงานรับเอกสารจากสนามสอบ

ยังเหลือ “ตัวการสำคัญ” อีกคน ที่ต้องตามไปดึงหูมาสอบ

เพราะคนนี้เป็นผู้ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลคะแนนของผู้ที่จ่ายเงินบันทึกลงในแฟลชไดรฟ์ เพื่อนำส่งให้บริษัทที่นนทบุรี

พูดกันตามหน้าไพ่….

เท่าที่รวบตัวไว้แล้ว ๑๐ กว่าคน ไม่ยากที่ ป.ป.ช., ป.ป.ป., ป.ป.ท. จะบีบ จะเค้น จะคลึง ให้ความลับขบวนการซื้อสอบเล็ดออกมา

ว่ายังมีใคร-ต่อใครบ้าง

ร่วมกัน “เพาะสายพันธุ์คนขี้โกง” ให้เข้าไปเป็นข้าราชการท้องถิ่น เพื่อทุจริต-คอร์รัปชัน โกงบ้าน-กินเมือง เป็นการถอนทุนคืน

ตัวละครสำคัญในเรื่องนี้ ที่ได้ยินแต่เสียง แต่ยังไม่เห็นหน้าว่าเป็นใคร อยู่ในระดับ “กุญแจดอกโต” ๒ ดอก

ฝ่ายชายชื่อ “กิจ” ฝ่ายหญิงชื่อ “ส้ม” ที่เป็นคลิปเสียงสนทนาหาลูกค้าไปซื้อสอบ แถมแอบอ้างชื่อผู้ใหญ่หลายท่าน

รวมทั้ง รมช.มหาดไทย “นายทรงศักดิ์ ทองศรี” ว่ามีเอี่ยวในการซื้อสอบ!

เมื่อ ๓๐ มิ.ย.๖๙ “รมช.ทรงศักดิ์” ปัจจุบันท่านเป็นรองนายกฯ

มอบให้ทนาย “ทิวา การกระสัง” เข้าแจ้งความที่ สน.ทุ่งสองห้อง

ให้ดำเนินคดีกับบุคคล ๓ ราย คือ “ส้ม” และ “กิจ” ผู้อยู่ในคลิปเสียง และ “บังแจ็ค” ผู้เผยแพร่

ในข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

แจ้งความปุ๊บ คนชื่อ “กิจ” โผล่ปั๊บ!

แต่เป็น “กฤต” ไม่ใช่ “กิจ” ที่สำคัญ เป็นดอกเตอร์อีกเหมือนกัน คือ “ดร.พงศกรณ์ เสาร์ทน” หรือ “กฤต พงศกรณ์”!

ก็…มาแต่ “กฤต”

ส่วน “ส้ม” ไม่รู้ว่าไปบ่มกลีบอยู่ที่ไหน ยังไม่ปรากฏโฉม

ถ้าเป็น “ดอกเตอร์” ด้วยละก็ ฮาตกกระโถนปากแตรเลย!

ดร.กฤต มาพร้อมทนาย

พบพนักงานสอบสวน “สน.ทุ่งสองห้อง” เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังมีคลิปเสียงหลุด

เจ้าตัว “ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา”

แต่กลับยกมือไหว้ฝากฟ้า-ฝากดินไป “ขอโทษ” ท่านรองนายกฯ ทรงศักดิ์ ที่ถูกพาดพิงจนได้รับความเสียหาย

ยืนยันว่า “ท่านรองนายกฯทรงศักดิ์” ไม่รู้เห็นกับการกระทำนี้

ดร.กฤต แก้เกี้ยว….

บอกจะฟ้องกลับ “ผู้ปล่อยคลิปเสียง” สนทนาหาลูกค้ามาซื้อสอบด้วย!?

“ดร.พงศกรณ์ เสาร์ทน” หรือ “กฤต” ยอมรับว่า เขาคือบุคคลในคลิปเสียงจริง แต่ยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริต!

แล้วความสัมพันธ์กับ “ส้ม” ล่ะ?

เสียงในคลิป ดูสนิทซี๊ดซ้าดกันดี แล้วเธอไปไหน ทำไมไม่มาแสดงความบริสุทธิ์ด้วยล่ะ?

ก็ได้คำตอบจากดร.กฤตว่า…

“รู้จักกันจากการมีผู้แนะนำ และพบพูดคุยกันเพียงครั้งเดียว ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว

แม้ลักษณะการสนทนาในคลิปจะดูสนิทสนม “แต่เป็นเพราะผมเป็นคนพูดคุยกับผู้อื่นได้ง่าย”

ส่วนรายละเอียดว่าใครเป็นฝ่ายติดต่อใคร และรายละเอียดการพูดคุย ขอให้เป็นข้อมูลในสำนวนคดี”

“พี่เป็นคนที่พูดจาแล้วก็สนิทกับทุกคนไวนะ เพราะฉะนั้นน้ำเสียงเรานี่ มันฟังแล้วดูอบอุ่น”

ดร.กฤตพูดจาไหลลื่น พยายามทำให้เห็นว่าไม่มีอะไรน้อง… ชิลๆ

นักข่าวพยายามถามย้ำถึงความสัมพันธ์กับ “ส้ม”

ดร.กฤตทำตลก แต่วกวน ว่า “ผมเป็นคนมนุษย์สัมพันธ์ดี พูดคุยกับคนง่าย จึงทำให้คลิปเสียงดูสนิทสนมเป็นพิเศษ”

“แต่ยืนยันว่า “ส้ม” มีตัวตนจริง ไม่ใช่ AI”!?

ทีนี้ก็มาทำความรู้จัก “ดร.พงศกรณ์ เสาร์ทน” หรือ “ดร.กฤต” กันซักหน่อย

ภาพรวมก็ไม่ใช่อื่นไกล คนในแวดวงราชการท้องถิ่น เหมือนดร.พิชิต “คนกลางน้ำ” ที่ยังดำไม่โผล่นั่นแหละ

ดร.กฤต เคยเป็น “ประธานคณะทำงาน” ของ “นายวัฒนา ช่างเหลา” นายก อบจ.ขอนแก่น แต่สิ้นสภาพไปเมื่อ ๒๑ พ.ย.๖๘

และเคยเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “นส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” หัวหน้าพรรคกล้าธรรมของ ร.อ.ธรรมนัส

ดูโปรไฟล์แล้ว “ดร.กฤต” ก็ใช่ย่อยซะที่ไหน คนในแวดวงข้าราชการท้องถิ่นและการเมืองนี่เอง!

สรุปว่า ป.ป.ป., ป.ป.ท., และป.ป.ช. มีไพ่อยู่ในมือ มากพอที่จะถอดรหัสไปถึงตัวต้นน้ำและปลายน้ำได้แบบเบิร์ดๆ

แต่ถ้าได้ “น้องส้ม” มามอบตัวแสดงความบริสุทธิ์อีกซักคนก็จะสวยยิ่งกว่านี้

ลอง “พี่กฤต” มามอบตัวแล้ว “น้องส้ม” ก็อย่าหวังว่า ตำรวจจะตามหาไม่พบ

ฉะนั้น เอามือไขว้หลังมาพบพนักงานสอบสวนซะดีๆ ตำรวจเขาก็อยากรู้ ชาวบ้านอย่างผม ก็หูสั้น-หูยาว อยากได้ฟังต่อ

ว่ารายชื่อผู้หลัก-ผู้ใหญ่ก็ยกมาอ้างกันนั่นน่ะ…หนูเปล่านา…พี่เขาชงมา แล้วน้องก็ผสมโรงดุ่ยๆ ไปด้วย หรืออย่างไรกัน?

และเห็นท่านปลัดมหาดไทย “นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” และภรรยาท่าน ก็อยากพบคุณส้มอยู่เหมือนกัน

เพราะที่คุณส้ม ขานชื่อท่านปลัดและภรรยา ตามคลิปเสียงสนทนาเรื่องซื้อสอบในอีกคลิปนั้น

ท่านปลัดฯ สนใจมาก และดูเหมือนแจ้งความไว้แล้วด้วย!

คุยการบ้านไปแล้ว….

มาคุยการทหารบ้าง เพราะหมู่นี้ดูจะมีแรงเสียดสี น่ากลัวไฟลุกพรึ่บ

มาดู “กองทัพภาคที่ ๒” โต้แถลงการณ์เขมรมั่ง เนื้อหาก็ไม่มีอะไร แต่อยากให้สังเกตท่าที เพราะท่าทีบอกอะไรๆ ได้มากกว่าวาจา

คุณ “วรัชยา อินคาคร” นำมาโพสต์ไว้ ดังนี้

“กองทัพภาคที่ 2” ชี้แจงข้อเท็จจริง

จากกรณี เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.69 กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ได้เผยแพร่แถลงการณ์ประท้วงฝ่ายไทย

โดยกล่าวหาว่า “กองกำลังฝ่ายไทยละเมิดดินแดน” ในพื้นที่ ต.อัมปึล อ.บันเตียอัมปึล จ.อุดรมีชัย

ด้วยการตัดไม้และติดตั้งลวดหนามบริเวณด่านชายแดนที่ 26 ซึ่งฝ่ายกัมพูชา ระบุว่า

เป็นการรุกล้ำดินแดน ขัดต่อบันทึกความเข้าใจ (MOU)

และขัดต่อปฏิญญาร่วมการประชุมพิเศษคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ครั้งที่ 3 นั้น

กองทัพภาคที่ 2 ขอเรียนชี้แจงว่า….

ข้อกล่าวหาของฝ่ายกัมพูชาคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง โดยขอยืนยันว่า การปฏิบัติภารกิจ และการดำเนินมาตรการปรับปรุงพื้นที่ทุกประการ

กระทำอยู่ภายในขอบเขตอธิปไตยของประเทศไทย🇹🇭 และเป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ

มิได้มีการรุกล้ำอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้าน ตามที่กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชากล่าวอ้างแต่อย่างใด

ทั้งนี้ การดำเนินการของฝ่ายไทย มิได้ขัดต่อบันทึกความเข้าใจ (MOU) หรือ ปฏิญญาร่วมการประชุมพิเศษ GBC ครั้งที่ 3

เนื่องจากเป็นการดำเนินมาตรการรักษาความมั่นคงภายในเขตแดนของไทย🇹🇭

เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายและคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน

มิได้เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพเส้นเขตแดนหรือใช้กำลังคุกคามฝ่ายใด

นอกจากนี้ การดำเนินมาตรการต่างๆ ยังคงอยู่ภายใต้กรอบข้อตกลงหยุดยิง (Joint Statement) เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2568 ที่ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

โดยมิได้มุ่งหมายที่จะเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนด้วยการใช้กำลังแต่อย่างใด

สำหรับมูลเหตุและความจำเป็นของการดำเนินมาตรการในพื้นที่ดังกล่าว สืบเนื่องจากเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2569

ราษฎรไทย🇹🇭ในพื้นที่บ้านสายโท ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ได้เข้าไปหาของป่า

และจับอึ่งบริเวณท้ายเขื่อนบ้านสายโท 3 ใต้ ต.จันทบเพชร

และได้พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย พร้อมได้ยินเสียงสนทนาเป็นภาษากัมพูชาและเสียงคล้ายอาวุธปืน

จนราษฎรเกิดความหวาดกลัวและต้องหลบหนีออกจากพื้นที่

ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ

กองทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ บูรณาการกำลังร่วมกับฝ่ายปกครอง

กองร้อยทหารพราน และหน่วยงานด้านความมั่นคง เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยทันที

พร้อมนำผู้ประสบเหตุเข้าชี้จุดเกิดเหตุ และสามารถติดตามนำรถจักรยานยนต์ที่ถูกทิ้งไว้ส่งคืนเจ้าของได้เรียบร้อย

จากการตรวจสอบเชิงลึกไม่พบการตั้งฐานพัก สิ่งปลูกสร้าง หรือกิจกรรมทางทหาร

คาดว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าถึง

ทั้งนี้ ข้อมูลด้านการข่าวบ่งชี้ว่า พื้นที่ดังกล่าวเคยถูกใช้เป็นพื้นที่กระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน

อาทิ การปล้นสะดม การเรียกค่าไถ่ การลักลอบนำรถจักรยานยนต์และรถยนต์ออกนอกประเทศ

การลำเลียงยาเสพติดและการลักลอบค้าอาวุธสงคราม รวมทั้งการกระทำผิดกฎหมายอื่นๆ

จากเหตุการณ์ดังกล่าว

หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่จึงจำเป็นต้องดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ใหม่ เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความมั่นคง และความปลอดภัยบริเวณแนวชายแดน

เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทยในพื้นที่

สำหรับการปรับสภาพภูมิประเทศที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวอ้างว่า เป็นการตัดไม้นั้น

แท้จริงเป็นการถากถางและปรับพื้นที่เท่าที่จำเป็น ซึ่งดำเนินการภายในเขตแดนไทย🇹🇭ทั้งสิ้น

มิใช่การบุกรุกหรือทำลายทรัพยากรในเขตของประเทศเพื่อนบ้านแต่อย่างใด

ทั้งนี้ การยกระดับมาตรการในห้วงเดือน มิ.ย.เป็นผลต่อเนื่องจากการประเมินสถานการณ์ ภายหลังเหตุการณ์เมื่อเดือน พ.ค.  เพื่อให้การจัดระเบียบพื้นที่เป็นไปอย่างรอบคอบและรัดกุม

กองทัพภาคที่ 2 จะยังคงบูรณาการการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง และฝ่ายปกครองอย่างต่อเนื่อง

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าตรวจ และควบคุมพื้นที่ โดยจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ สุขุม

ยึดมั่นในแนวทางสันติวิธี และดำรงความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ

ควบคู่ไปกับการดูแลความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดนตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย

……………………………….

ครับ….ก็ไม่มีอะไร

แค่แกะกระดุมแล้วแบะคอเสื้อแถลงการณ์เท่านั้นเอง!

เปลว สีเงิน

๒ กรกฏาคม ๒๕๖๙

Written By
More from plew
“บิ๊กโจ๊ก” ดัชนี “๓ สถาบัน” – เปลว สีเงิน
คลิกฟังบทความ..⬇️ เปลว สีเงิน หนีไปเที่ยวมาวัน กลับมา “พระจันทร์” ข้างขึ้น ยิ้มแฉ่ง! จะไม่ยิ้มได้ไงไหว เพราะ “ขนมไหว้พระจันทร์” เพียบ!
Read More
0 replies on ““ส้ม” ที่ “กฤต” ไม่รู้จัก #เปลวสีเงิน”