เปลว สีเงิน
ก็ดีครับ…..
ที่นายกฯ อนุทิน “ให้ความสำคัญ” กับเรื่อง “คนต่างชาติ”
โดยเฉพาะ “ยิว-อิสราเอล”
ที่เข้ามาถือครองที่ดิน “เกาะสมุย-เกาะพะงัน” และอีกหลายพื้นที่ในไทยเป็น “อาณาจักรยิว”
เข้ามา…แทนที่จะสำนึกและสอนลูกหลานว่า นี่แผ่นดินไทย-ประเทศไทยที่มีบุญคุณนะ
เขาให้อาศัย ควรต้อง “เคารพ-ให้เกียรติ” ประเทศเขาด้วย
แต่เปล่าเลย….
ตรงกันข้าม ลูกหลานยิวในไทยวันนี้ เริ่มออกลายเนรคุณ ท่านคงเห็นภาพที่เผยแพร่ตามโซเชียลกันแล้วกระมัง
ที่ภูเก็ต…. “เด็กยิว” เห็น “ธงชาติไทย” บนเสา
ก็กระเย้อกระแย่ง จะดึงลง
แต่ธงอยู่สูง ก็ยังไม่วายพยายามจะปีนขึ้นไป หวังดึงธงชาติไทยลงให้ได้!
มันส่อถึงอะไร?
ก็ส่อถึงว่า ลึกๆ ในใจ พวกยิวหวังยึดครองแผ่นดินไทยเป็นแผ่นดินพันธสัญญา
จึงปลูกฝังให้เด็กยิว “คายตะขาบพิษ” ต่อแผ่นดินไทย ตั้งแต่หัวเพิ่งขึ้นขน!
เมื่อวาน (๑๓ พ.ค.๖๙) นายกฯ พร้อมหน่วยงานแทบครบทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปดูให้เห็นกับตาว่าพวกยิวมันยึดเกาะพะงัน สุราษฏร์ธานี จริงมั้ย? 
ก็มีใครบ้างล่ะ…
นอกจากนายกฯ แล้ว ก็มี “นายสุชาติ ชมกลิ่น” รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพย์ฯ
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์-นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ๒ รมช.มหาดไทย และนายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม
นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ที่ปรึกษารมว.มหาดไทย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขาฯ รมว.มหาดไทย
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน
นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.
ก่อนนายกฯ จะไปถึงพื้นที่ตอนบ่าย
ตอนช่วงเช้า พล.ต.อ.สำราญ นวลมา นำทีมปฎิบัติการ
นำหมายค้นจาก “ศาลจังหวัดเกาะสมุย”
เข้าตรวจค้นวิลลาหรูหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ ๗ บ้านโฉลกหลำ ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี
ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “บริษัทเทเลอร์ วิลล่า จำกัด”
ขณะเข้าตรวจสอบพบชาย “ชาวอิสราเอล” ๑ คน แสดงตัวและยอมรับว่าเป็น ๑ ในกรรมการบริษัท
และพยายามชี้แจงว่า “เขาดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย”
จากการตรวจสอบ พบว่าที่นี่
มีห้องพักให้บริการ รวม ๖ หลัง ประกอบ “ธุรกิจโรงแรม” แบบที่พักระยะสั้น ๓-๕ วัน
อัตราค่าที่พัก วันละ ๓๐,๐๐๐ บาท และกำหนดว่าต้องเข้าพักอย่างน้อย ๓ คืน
จากข้อมูล เจ้าหน้าที่ระบุว่า….
บริษัทแห่งนี้ จดทะเบียนบริษัทเมื่อปี ๒๕๖๔ มีคนไทยร่วมถือหุ้นในครั้งนั้น ๓ คน
เดิมเข้ามาเช่าที่ดิน ระยะยาว ๓๐ ปี พื้นที่เกือบ ๓ ไร่
ต่อมา มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัทและการถือหุ้น
จนขณะนี้ ผู้ถือหุ้นทั้งหมด เป็น “ชาวอิสราเอลทั้ง ๗ คน”!
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่เตรียมแจ้งข้อกล่าวหา “ชาวอิสราเอล” ที่แสดงตัวเป็นเจ้าของ ในความผิด
“เป็นบุคคลต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต และทำธุรกิจโดยใช้นอมินี”
การเข้าตรวจสอบครั้งนี้ เป็น ๑ ใน ๒๔ เป้าหมาย ที่ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร.
นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งพาณิชย์จังหวัด เจ้าพนักงานที่ดินเกาะพะงัน กรมจัดหางาน กรมสรรพากร เข้าตรวจสอบ
ก่อนที่ “นายกฯ” จะลงพื้นที่ตอนช่วงบ่าย
เพื่อติดตามดูการแก้ปัญหา “ต่างชาติ” ทำธุรกิจผิดกฎหมาย
พล.ต.อ.สำราญ บอกว่า….
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกรณีชาวต่างชาติประกอบธุรกิจผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด วันนี้ ศาลอนุมัติหมายจับ ๓ คน เป็นชาวต่างชาติ ๑ คน และคนไทย ๒ คน
นอกจากนี้ วันนี้ ยังเข้าตรวจสอบ “บริษัทที่ปรึกษากฎหมาย” รวม ๕ แห่ง ซึ่งเป็น “ต้นทาง” ทำหน้าที่ แนะนำ “นักลงทุนต่างชาติ” จัดหานอมินี
บางแห่งตรวจสอบและพบว่า “ทำผิดซ้ำ” หลายครั้ง
หลังจากนี้ จะประสานไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อจัดการให้เด็ดขาดอีกครั้ง
ส่วนนักลงทุนชาวต่างชาติจะต้องสอบสวนพิจารณาเจตนาที่เข้ามาลงทุนแต่แรก
ขอแทรกแบบ “นอกเรื่อง” ไว้ตรงนี้นิดนะ
ช่วงนี้ เราจะเห็นชื่อ “พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา” รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ “ถี่มาก”
ท่านเกิด ๑๔ มิถุนายน ๒๕๑๖ เป็นเด็กชะอำ เมืองเพชรบุรี
เป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ ๓๔ รุ่นเดียวกับ “พลโทวันชนะ สวัสดี” หรือ “สมเด็จพระนเรศ” ในภาพยนต์เรื่อง “สมเด็จพระนเรศวร”
และเป็น “นักเรียนนายร้อยตำรวจ” รุ่นที่ ๕๐ เพื่อนร่วมรุ่น เช่น พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร.
๓๐ กันยายน ๒๕๖๙ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุเพชร์ จะเกษียณจากตำแหน่ง “ผบ.ตร.”
ผบ.ตร.คนต่อไป ก็ “พล.ต.อ.สำราญ นวลมา” ผู้มีอายุราชการยาวนาน ๗ ปี ก่อนจะเกษียณ ท่านนี้แหละครับ ไม่งั้น นายกฯ คงไม่มอบงานสำคัญๆ ให้ทำถี่เป็นพิเศษหรอก
เอ้า….กลับเข้าเรื่องต่อ
ตอนบ่าย นายกฯ อนุทิน กับคณะก็เดินทางไปถึงเกาะพะงัน และพล.ต.อ.สำราญ รายงานถึงปฎิบัติการตามนโยบายกวาดล้างแก๊ง “นอมินีต่างด้าว” เกาะพะงัน
นายกฯ บอกว่า….
ขอให้พิสูจน์ว่า “ผู้ถือหุ้นเป็นต่างชาติหรือไม่ เพราะถ้าถือหุ้นถือว่าผิดหลัก ต่างชาติมาซื้อที่ดินในไทย”
แต่พฤติกรรมที่กระทำผิด…
ตัวเองทราบดีว่า “ไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดิน” แต่ใช้ลักษณะนอมินีมาอ้าง มาซื้อที่ดินหลอกลวงให้คนทั่วไปเข้าใจว่า “นี่คือบริษัทไทย”
และขอให้ตรวจสอบ “เส้นทางเงิน” ของบริษัทดังกล่าวด้วย
นอกจากนั้น นายกฯ บอกกับนักข่าวว่า
ที่ลงพื้นที่ มาดูเรื่องนอมินี ที่สำคัญ คือ…
“อย่าเพิ่งไปพูดถึงเรื่องของที่ดินว่า “รุกล้ำหรือหรือไม่”!
ต้องให้ “กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” และกรมที่ดิน ไปจัดการตรงนั้นเอง
วันนี้ มาดูเรื่องของการ “เปิดบริษัท” แล้วเอามา “ขายต่างชาติ” สามารถถือหุ้นได้ ไม่เกิน ๔๙%
แต่ตอนนี้ มีการเปิดหลายบริษัท “ไขว้กันไป-ไขว้กันมา” ทำให้บริษัทนั้น ดูเหมือนว่า “ยังมีสัญชาติไทย”
แต่ความจริง การครอบครองกำหนดทิศทางของบริษัทนั้น มันเป็นของ “ต่างชาติ ๑๐๐%”
อย่างนี้ถือว่า “ผิดเจตนารมณ์กฎหมายเมืองไทย”!
ใครก็ตามที่จะครอบครองที่ดิน บริษัทคนไทยยังต้องมี ๕๑% แต่นี่ เป็นของต่างชาติ ๑๐๐%
เปรียบเสมือนบริษัทคงอยู่ แต่คนที่คอนโทรล “ความเป็นไทย” ค่อยๆ ละลายไป พูดง่ายๆ “ฝรั่งเอาวิกดำมาใส่หัว”
สุดท้าย ยังไงๆ “ฝรั่งก็ยังเป็นคนกำหนด” คนต่างชาติเป็นคนกำหนด เราก็ต้องมาแก้ไขตรงนี้”
นักข่าวถาม “มีการมอบนโยบายและแนวทางเบื้องต้นหรือไม่ เพราะมีเรื่องของทนายความเข้าไปแนะนำ?”
นายกฯตอบว่า
“บริษัทมีที่ปรึกษาบริษัท “กฎหมายบริษัท” ในการทำบัญชีในการทำงานต่างๆ มีผู้ก่อตั้ง ๗ คน
ต้องเป็นคนไทย ต้องใช้ทุนเกิน ๕๐% ถ้าทำแบบนี้กระทรวงพาณิชย์เปิดให้หมด
แต่ถ้ามาในกรณีเจตนารมณ์แบบนี้ ตรงนี้ มันปรับบริษัทมาหลายอัน คนๆ หนึ่งถือหุ้นเป็นเจ้าของบริษัทเก่า ๒๐๐ กว่าบริษัท
คือการเอาบริษัทมาขายบริการ
เอาเปลือกมาขาย เพื่อให้คนต่างชาติไปประกอบธุรกิจ ซึ่งมัน “ผิดเจตนารมณ์ของกฎหมาย”
ฉะนั้น เชื่อว่าจะดำเนินคดีได้ และเพิ่งมาดูประเด็น ๑ ในสายงานของตำรวจ คือเขาต้องไปดู “ที่มาของเงิน”
ว่าเอาเงินเข้ามาให้ฟอก “กลายเป็นที่ดิน” ที่เขาสามารถถือครองและมีสิทธิ์ จ้างไปทำอะไรก็ได้
ทำตามใจต่างชาติแบบนี้ เราก็ต้องนั่งบล็อกไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น”
จากนั้นนายกฯ เดินลงมาพบชาวบ้านที่มายืนรอพร้อมมอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่ ก่อนที่นายกฯ จะเดินมาดูบริเวณชายหาด
นายกฯ นี่ จะสังเกตเห็นว่า ท่านจะมีความสุขและเป็นกันเองเมื่ออยู่กับชาวบ้าน
ชาวบ้านชวนนายกฯ ไปตกหมึก นายกฯ บอก…วันนี้ไปไม่ได้ เดี๋ยวต้องไปต่อที่ภูเก็ต
ชาวบ้านก็อยากให้ท่านไป โฆษณาสรรพคุณว่า “ปลาหมึกที่นี่อร่อยนะ..ไม่เค็ม”
นายกฯ จึงแหลงใต้ว่า “หร่อยแรงๆ” แล้วเล่นมุกกับชาวบ้าน โดยถามว่า “ในทะเล มีปลาอะไร?”
ชาวบ้าน ก็ตอบว่า ปลาหมึกบ้าง ปลาทูบ้าง แต่นายกฯ ตอบเป็นว่า ปลา IN SEA !
นี่ดีนะ ที่เป็นนายกฯ ถ้าเป็นคนอื่นละก็ คงไม่ได้ออกจากเกาะแน่!
เรื่องอิสราเอลกระจายอยู่หลายพื้นที่ในไทย คุณ.Pathitta Paphaphechsaad เขาให้ความเห็นไว้ มีคนแชร์ต่อ น่าสนใจ อ่านดูนะ
……………………………..
Thailand I Love You
จุดหลักที่จะตั้งดินแดนใหม่นอกจากภาคใต้ คือ อ.ปาย ตามยุทธศาสตร์ของ “อิสราเอลและอเมริกา” คือ……
ครอบครองดินแดน “ชนกลุ่มน้อย” ในพม่า เพื่อออกทะเล ที่ “มหาสมุทรอินเดีย” ไม่ไกลจากปาย ที่จะกลายเป็นศูนย์กลาง
รวมทั้งดินแดนใน “ภาคเหนือ” บางจังหวัดของไทย
โดยทรัมป์เคยพูดว่า “หลังจากคิวบาจะมาจัดการพม่า” อ้างประชาธิปไตย แต่ความจริง คือ
“สร้างรัฐยิวไซออนิสต์ใหม่” ที่มีแร่หายาก ที่อเมริกากำลังต้องการมากที่สุดในแถบจังหวัดภาคเหนือพื้นดินอุดมสมบูรณ์
ทิวทัศน์งดงาม ทรัพยากรธรรมชาติมากมาย ทั้งในน้ำและบนบก ที่สำคัญมีแร่แรร์เอิร์ธ
อิราเอลชอบประเทศไทย….
เพราะการต่อต้านมีน้อยมาก เดินทางเข้า-ออกง่าย อำนวยความสะดวกโดยนโยบาย “ฟรีวีซ่า”
รัฐบาลไทยปล่อยปละละเลย ประชาชนแตกแยก เชื่อคำโกหกและภาพลวงตาของนักการเมืองที่ตนสนับสนุน จนแตกความสามัคคี
ไม่เหมือนตะวันออกกลาง ที่ล้อมด้วยชาติมุสลิม หลายประเทศ มีผลประโยชน์ร่วมกัน มีข้อตกลง บางประเทศไม่มี
เช่น อิหร่าน ซึ่งแข็งแกร่งเกินกว่าอิสราเอลและสหรัฐฯ จะยึดดินแดนได้ และคนอิหร่าน มีความสามัคคีกันสูงมาก
รัฐกะเหรี่ยง “กอทูเล” ที่เพิ่งประกาศอิสรภาพล่าสุด น้อยคนที่จะรู้ว่า มีอเมริกาและอิสราเอล หนุนอยู่เบื้องหลัง
ถูกกำกับบทให้แสดงละคร “รักประเทศไทย-ใช้เงินบาทไทย” พึ่งพาไทย ในช่วงต้นของการตั้งตัว
เพื่อไม่ให้ถูกต่อต้านจากคนไทย สร้างความไว้วางใจ มองเป็นพวกและมีประโยชน์ใช้เป็น “รัฐกันชนกับพม่า”
แต่เบื้องหลัง มี “อิสราเอลและอเมริกา” คอยช่วยเหลือด้านอาวุธและการฝึกฝนการใช้อาวุธ
ต่อจากนั้น อิสราเอลจะหักหลังกะเหรี่ยง แย่งดินแดนมาเป็นของตน ซึ่งเป็นแผนการที่วางไว้นานแล้ว ร่วมกับ นกม.ไทยบางกลุ่ม
การที่ชาวอิสราเอลในเกาะพะงัน สมุย ภูเก็ต ทำตัวเกเรตามนิสัย นั่นคือ แผนที่จะทำให้คนชาติอื่นไม่มาเที่ยว ทำอาชีพต่างๆ แข่งกับคนไทย
เพื่อบีบให้คนท้องถิ่นขาดรายได้ สุดท้ายต้องยอมขายที่ดินย้ายถิ่นฐาน ผ่านนอมินีคนไทยเลว ๆ ในราคาถูก
ความแตกแยก คือ ขนมหวานของ นกม.ขายชาติ และชาติมหาอำนาจที่ต้องการขยายอิทธิพล การควบคุมสื่อในประเทศได้ ก็ชนะไปแล้ว 70%
ใช้สื่อมอมเมาประชาชน ทำลายคนที่ขัดขวาง ล้างสมอง สร้างความเกลียดชัง
ในที่สุดเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับชาติอื่น ก็กำลังจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย
การแทรกแซงการเมืองของอเมริกาและอิสราเอล เพื่อนคู่หู ร่วมมือกับ นกม.ที่ยอมขายแผ่นดินตัวเองแลกผลประโยชน์
เงินตกใส่หิน หินแตก เงินตกใส่เหล็ก เหล็กงอ
คงเหลือแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนรักชาติจะพึ่งได้
Cr. Pathitta Paphaphechsaad
………………………………………………….
ครับ…อ่านเพื่อรู้ รู้เพื่อคิด-ใคร่ครวญนะครับ!
เปลว สีเงิน
๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๙

