จาก “เฉินจื้อ” ถึงสส. #เปลวสีเงิน

เปลว สีเงิน

“ฮุนเซน” นี่ ต้องบอกว่า…..

ชะตาถึงคราว “พระศุกร์เข้า-พระเสาร์แทรก” โดยแท้!

จะรอดหรือเปล่าก็ไม่รู้?

ยังดีนะ ที่จีน “ไว้หน้า” บุกเข้าไปจับ “เฉินจื้อ” ถุงเงินฮุนเซนถึงในพนมเปญ แต่ยังให้เครดิตว่า “กัมพูชา” จับ และให้จีนรับตัวนำกลับไปชำระโทษ

ดูอาการคน “ไฟธาตุใกล้แตก” แล้ว มีทางเลือกให้ ๓ ทาง

ยอมลงจากอำนาจ, ยอมไปอยู่นอกประเทศ และ (ตรอมใจ) ตาย!

สำหรับอนาคต “เฉินจื้อ” นั้น ไม่ต้องบอก “อกเป็นรู” แหงๆ

รายการนี้ ไม่สะเทือนแค่ “ฮุนเซน”

ยังตกใจฉี่ราดไปถึง “ขบวนการเฉินจื้อ-เบนสมิธ” ที่อยู่ในคราบนักการเมืองไทยด้วย ตอนนี้ คงกินไม่ได้-นอนไม่หลับกันเป็นแถวๆ

ข่าว “นั่งทางใน” บอกว่า

“นายกฯ อนุทิน” กลายเป็นเป้าที่ขบวนการ “เฉินจื้อ-เบน สมิธ” ต้องพยายามทุกวิถีทาง “เพื่อกำจัด” ให้พ้นวงจรอำนาจ

แม้ชนะเลือกตั้ง ได้เป็นรัฐบาลรอบ ๒ ก็เถอะ อะไร-แบบไหนที่ทำให้รัฐบาลล่ม อนุทินไม่ได้เป็นนายกฯ มันก็จะทำทุกรูปแบบ!

เพราะอะไร?

เพราะถ้า “พรรคภูมิใจไทย” ได้เป็นรัฐบาล นายกฯ ที่ชื่ออนุทิน จะ “ไม่ตัดตอนจบเรื่องคดี” ฉ้อโกงทางไซเบอร์ แค่ตัวเฉินจื้อเท่านั้น

จะต้องขยายผลไปถึงตัว “นักการเมืองไทย”…..

ที่เบื้องหลังอยู่ในขบวนการฉ้อโกงทางไซเบอร์ของเฉินจื้อด้วยแน่นอน!?

“เฉิน จื้อ” นอกจากถูกสหรัฐฯ ล่าตัวด้วยข้อหา “ฉ้อโกงทางไซเบอร์” และสมรู้ร่วมคิดในการ “ฟอกเงิน” เกี่ยวข้องกับ “บิตคอยน์”

ที่สหรัฐฯ ยึดไว้ประมาณ ๑๒๗,๒๗๑ เหรียญ ซึ่งมีมูลค่ากว่า ๑๑,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐฯ แล้ว

เฉิน จื้อ ยังถูกอังกฤษ “คว่ำบาตร” จากการฉ้อโกงทางไซเบอร์ด้วยเช่นกัน

และในเมืองไทย เมื่อต้นธันวา.๖๘ นี่เอง…..

“คณะกรรมการปปง.” มีมติยึดและอายัดทรัพย์ “เฉิน จื้อ -ก๊ก อาน” และ เครือข่าย “เบน สมิธ”

ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการทำความผิดเครือข่ายผู้กระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ในขบวนการสแกมเมอร์ที่มีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ในคดีสำคัญ ๔ รายคดี

ยึด/อายัดทรัพย์สินรวม ๒๘๙ รายการ รวมมูลค่าประมาณ ๑๐,๑๖๕ ล้านบาท

ตอนนี้ ในเขมร คนมีเงินฝาก “ธนาคารปรินซ์” (Prince Bank) ของเฉินจื้อ ต่างลมจับ (รวมทั้งนักการเมืองไทยแก๊งเฉินจื้อ) เพราะเบิก-ถอนอะไรไม่ได้

ทรัมป์คงตบเข่าฉาด ที่ถูกจีนตัดหน้า!

ชิงจับเฉินจื้อไปซะก่อน แถมจีนกับสหรัฐฯ ไม่มีสัญญา “ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน” ซะด้วย

สำหรับฮุนเซน เมื่อขาดขุมทรัพย์เฉินจื้อ เหมือน “ขาดใจ” ขวัญกระเจิงกันไปทั้งรัฐบาลและกองทัพเขมร

โบราณพูดไม่ผิดหรอก “กองทัพเดินด้วยท้อง” โดยเฉพาะท้องตระกูลฮุนเซน!

เพราะ “ทรัพย์ใน” จากสแกมเมอร์ก็สะดุด “ทรัพย์นอก” ที่ขนไปฝากไว้ต่างประเทศก็ถูกยึด

ทักษิณ “เพื่อนรัก” ที่อยู่ในคุก เมื่อทราบข่าวนี้ คงอยากปลอบใจฮุนเซนว่า “ปลงซะเถอะ เรามันชะตาเดียวกัน”!

นอกจาก “เฉินจื้อ” ที่ถูกจับ ยังมีอีกหลาย “ตัวการ” ที่จีนกำลังไล่ล่า

แล้วพวกเราคนไทยควรทำยังไง?

ตอนนี้กำแพงกั้นแดนไทย-เขมร ยังไม่ได้สร้าง ฉะนั้น ก็ขึ้นนั่งบนกำแพง “ตู้คอนเทนเนอร์” ดูปฎิบัติการเด็ดปีกแก๊งสแกมเมอรไปพลางๆ ก่อน

มาดู ผู้ร่วมขบวนการในคราบ “นักการเมืองไทย” กันบ้างดีกว่า ว่ารัฐมนตรียุติธรรมจะ “เปิดหน้ากาก” ได้สำเร็จหรือไม่?

ถ้าสำเร็จ ถือว่ารัฐบาลภูมิใจไทย “ทำบุญล้างประเทศ” ครั้งยิ่งใหญ่ ที่คนทั้งบ้าน-ทั้งเมือง ต้องยกมือไหว้ท่วมหัว พร้อมเปล่งเสียง….สาธุกันทั้งประเทศ

เท่าที่สังเกต…..

ในรอบปี ๖๗-๖๘ ต่อ ๖๙ เมื่อถึงรอบ “ดาวเสาร์” เช็กบิล สิ่งที่ปรากฎ เราจะเห็น “คนดีเริ่มฟื้นตัว-คนชั่วเริ่มบรรลัย-ที่กลับตัว-กลับใจ ชีวิตใหม่จะจำรูญ”

และเห็นมั้ย อะไรๆ ในบ้านเมือง ทั้งด้านวัตถุ ทั้งด้านชีวิต-จิตใจประชาชน จากที่เคย “มืดดำ” ค่อยๆ กลับกระจ่างสว่างใส

“ช่วยเหลือเอื้ออาทรต่อกัน รักสมัครสมานสามัคคี มีครรลองคลองธรรม”

ประเทศไทย-คนไทย เป็นเมืองของคน “มีน้ำใจ” รักชาติ-รักสถาบัน โดยไม่ต้องมีใครชวนเชื่อ

เพราะ “ธาตุแท้ไทย” ใฝ่ธรรมโดยสายเลือดอยู่แล้ว

แต่ก็มีบ้าง เกิดมาเพื่อ “กัดกร่อนบ่อนทำลาย” ด้วยใจหยาบกร้านเกินดึงกลับ ก็ต้องปล่อยเขาไป

ไม่งั้น “ท่านยมบาล” จะไม่มีงานทำ!

เรียกว่า ขณะนี้ สังคมชาติเข้าสู่โหมด “ประเทศลอกคราบ”

อีก ๔ ปี นับจากนี้ไป…..

ไทยจะ “หยิ่ง” ให้โลกมันอิจฉา ไม่เชื่อคอยดู!

เอ้า…มาเข้าเรื่องขบวนการ “อาชญากรรมทางไซเบอร์” ในคราบนักการเมืองกันต่อ

เข้าเรื่องเนื้อๆ “ไม่เอาน้ำ” กันเลยนะ

เมื่อวาน (๘ ธ.ค.๖๙) “พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์” รมว.ยุติธรรม ท่านให้สัมภาษณ์นักข่าว ตอนหนึ่งว่า….

“วันที่ผมไปมอบนโยบายที่ “ตำรวจไซเบอร์” มีคำถามผู้สื่อข่าวท่านหนึ่งว่า

“มีการพูดถึงผู้สมัครหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่เกี่ยวพันกับยาเสพติดหรือไม่?”

ในวันนั้น ผมตอบไปว่าไม่มี เพราะผมมาเพียงมอบนโยบาย จึงอาจจะเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนออกไป

ก็เลยเหมือนเป็นการไป “ตัดเป็นประเด็น” ว่าผมได้ไปยืนยันว่าไม่มีผู้สมัคร สส.หรือ สส.เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ “การพนันออนไลน์” หรือ “ยาเสพติด”

แล้ว “พล.ต.ท.รุทธพล” กล่าวต่อว่า….

“สำหรับฐานข้อมูลนักการเมือง อดีต สส. หรือ สส.ที่สืบสวนแล้ว พบว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ นั้น

มีประมาณ ๑๐ ราย!

ส่วนใหญ่เป็นทั้งผู้สมัครสส.และบางส่วนก็เป็น สส.ในปัจจุบันอีกด้วย

มีความเกี่ยวข้องทั้งเรื่องของ “เว็บพนันออนไลน์” และ “สแกมเมอร์”!

ท่านรัฐมนตรียุติธรรมยังให้รายละเอียดว่า

“การสืบสวนเชิงลึกดังกล่าว ได้บูรณาการข้อมูล ทั้งตำรวจไซเบอร์ สตช.และ DSI เข้าด้วยกันให้มีความคืบหน้าต่อสาธารณชน”

ลองระดับรัฐมนตรียุติธรรมระบุโต้งๆ ว่า มีผู้สมัครสส.และสส.ปัจจุบัน ประมาณ ๑๐ ราย เกี่ยวข้องพนันออนไลน์และสแกมเมอร์

รัฐมนตรียุติธรรม ท่านเป็นคนพรรคภูมิใจไทย

ถ้าท่านพูดทิ้งค้างไว้แค่นี้ แต่ไม่ลงมือทำ!

เสียคนเลยนะครับ…ท่านรัฐมนตรี เพราะถึงขนาดท่านระบุ ทั้งจำนวน ทั้งตัวบุคคลในขบวนการ

ก็แสดงว่า “หลักฐานชัดแจ้ง” ระดับ ๙๐% ขึ้นไป ว่าเป็นคนไหนต่อคนไหนบ้าง?

รอแต่ท่านจะจับเมื่อไหร่เท่านั้น!

เรื่องนี้ “เรื่องใหญ่” นะครับ อยู่ในหมวดทำบุญ “ล้างบ้าน-ล้างเมือง” ให้สะอาด ฉะนั้น ท่านทำเถอะ มีแต่คนสาธุทั้งนั้น

อันที่จริง ถึงท่านยังไม่บอกชื่อ….

แต่ชาวบ้าน-ชาวเมือง ที่หูไม่หนวก-ตาไม่บอด เขาก็พอรู้-พอเห็นว่าเป็นใคร-คนไหนบ้าง จากพฤติกรรมที่โจ่งแจ้ง ด้วยเหิมเกริมยามเหลิงอำนาจ

อีกเรื่อง “รัฐมนตรีรุธพล” พูดถึงความคืบหน้าคดี MOU สแกนม่านตา ที่ DSI กำลังทำคดีอยู่ น่าสนใจนะ ท่านบอกว่า

“ความคืบหน้าคดีพิเศษ…..

 กรณีธุรกิจ “สแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโตเคอเรนซี” ภายใต้โครงการ Worldcoin

โดยเฉพาะการตรวจสอบการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกระทรวงดีอีและ “บริษัท Prime Opportunity Fund VCC Singapore” ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ ๒๗ มี.ค.๖๗

เนื่องจากก่อนหน้านี้

“นายศุภชัย ใจสมุทร”เลขาฯ รมว.ยุติธรรม ประสงค์จะมอบข้อมูลและร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อ ป.ป.ช.กับ DSI ให้พิจารณาดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง นั้น

“เรื่องนี้ ความคืบหน้าล่าสุดทราบว่าวันนี้ “คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ”

จะเปิดปฏิบัติการตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องในคดีสำหรับใช้ในการขยายผล

แต่รายละเอียด“เชิงลึก”

ต้องขอให้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อน จึงจะแถลงรายละเอียดให้ทราบ”!!!

และเมื่อวาน (๙ ม.ค.๖๙) นักข่าวไปสัมภาษณ์ “นายไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นักข่าวถามว่า

“เป็น สส.ปัจจุบันที่เพิ่งพ้นตําแหน่งไป รวมถึงผู้สมัคร สส.ตอนนี้ด้วยใช่หรือไม่?”

ไชยชนกตอบว่า “ก็มีผู้สมัครปัจจุบันด้วยและมีผู้ที่เป็นสส.มาก่อนและเป็นผู้สมัครในตอนนี้ด้วย”

ส่วนจะประมาณกี่คนนั้น รมว.ดีอีบอกว่า

“ตามที่รมว.ยุติธรรมพูด เดี๋ยวรอชมดีกว่า แต่มากกว่าหนึ่งพรรค ส่วนจะเปิดเผยเมื่อไหร่ ให้ไปถาม รมว.ยุติธรรม ว่าพร้อมเมื่อไหร่ แต่เบื้องต้น พบหลักฐานและเส้นทางการเงิน”

“๑๐ คน ใช่หรือไม่?”

“ที่พิสูจน์ทราบแล้วและทุกอย่างก็ต้องขยายไปจนสุดอยู่แล้ว ส่วนที่ว่ามีหลักฐานชัดเจนหรือไม่นั้น ชัดเจนแน่ ไม่อย่างนั้นจะไม่ออกมาพูด”

นายไชยชนก ยังบอกต่อด้วยว่า

“และจริงๆ สิ่งที่ยังไม่ชัดเจนมีเยอะกว่านี้ แต่เราจะเอาแค่ที่พิสูจน์ทราบชัดเจนก่อนที่จะพูดต่อสาธารณชน”

“จะยังมีทยอยออกมาอีกใช่หรือไม่?”

“มีครับ”

ไชยชนกตอบหนักแน่นจนผมเสียวสันหลังแทนสส.เทา!

เรื่องนี้ ขอจบด้วยบทสวด….“ยัง กัมมัง กะริสสันติ……”

“ใครทำกรรมอย่างใดไว้ ต้องเป็นผู้รับผลแห่งกรรมนั้น”

ประเทศไทย….

จะได้ “ลอกคราบ” กันจริงๆ แล้วหรือนี่!?

-เปลว สีเงิน

๑๐ มกราคม ๒๕๖๙

Line Open Chat *เพิ่มช่องทางการรับข่าวสาร จากเว็บไซต์ *อ่านคอลัมน์ เปลว สีเงิน ก่อนใคร *ส่งตรงถึงมือทุกคืน *เปิดกว้างเพื่อแฟนคอลัมน์พูดคุยแบบกันเอง ทุกเรื่องราว ข่าวสารบ้านเมือง สังคม ฯลฯ

 

 

Written By
More from plew
ทัพเรือ “กระแอม-กระไอ” – เปลว สีเงิน
เปลว สีเงิน “เศรษฐาทัวร์” ออกเดินทางไป “ฝรั่งเศส-อิตาลี-ญี่ปุ่น” วันนี้ หนึ่งในภารกิจสำคญเพื่อชาติ ครั้งนี้ ไม่ใช่โครงการ “แลนด์บริดจ์” ระนอง-ชุมพร ที่คึกคักยังกะม้าเตะคอก...
Read More
0 replies on “จาก “เฉินจื้อ” ถึงสส. #เปลวสีเงิน”