<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สุขภาพ Archives -</title>
	<atom:link href="https://plewseengern.com/www.plewseengern.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://plewseengern.com/www.plewseengern.com/สาธารณสุข/สุขภาพ</link>
	<description>เว็บไซต์ทางการของเปลว สีเงิน</description>
	<lastBuildDate>Wed, 12 Aug 2026 04:05:23 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.12</generator>

<image>
	<url>https://plewseengern.com/wp-content/uploads/2019/06/cropped-เพจป๋า-1-7-32x32.jpg</url>
	<title>สุขภาพ Archives -</title>
	<link>https://plewseengern.com/www.plewseengern.com/สาธารณสุข/สุขภาพ</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สูตรลับจับคู่สารอาหาร เทคนิคช่วยลูกดูดซึมดี เติบโตสมวัย สไตล์กุมารแพทย์</title>
		<link>https://plewseengern.com/plewseengern/184556</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[pp]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Aug 2026 04:05:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[พญ.รังรักษ์ สวนดอก]]></category>
		<category><![CDATA[รพ.นวเวช]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรลับจับคู่สารอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคช่วยลูกดูดซึมดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://plewseengern.com/?p=184556</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณพ่อคุณแม่อาจเคยสงสัยใช่ไหมว่า ทั้งที่เลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุดให้ลูกทานแล้ว แต่ทำไมลูกยังดูตัวเล็ก หรือดูไม่สดใสเท่าที่ควร? ความจริงแล้ว &#8216;ปริมาณ&#8217; สารอาหารอาจไม่สำคัญเท่ากับ&#8217;การดูดซึม&#8217; เพราะร่างกายของเด็ก ๆ มีกลไกที่ซับซ้อน ซึ่งบทความให้ความรู้โดย พญ.รังรักษ์ สวนดอก (ว.23354) กุมารแพทย์ ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช จะพาทุกคนไปเจาะลึกสูตรลับการจับคู่สารอาหาร&#8217; ที่จะช่วยให้ลูกรักของคุณโตไวและมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงขึ้นได้ การจับคู่อาหารให้ลูกรับประทานที่เหมาะสมจะเพิ่มประโยชน์ให้ลูก “ดูดซึมดี โตไว แข็งแรง” แนวคิดนี้...</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://plewseengern.com/plewseengern/184556">สูตรลับจับคู่สารอาหาร เทคนิคช่วยลูกดูดซึมดี เติบโตสมวัย สไตล์กุมารแพทย์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://plewseengern.com"></a>.</p>
]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ม.มหิดล เตรียมผลักดัน ‘โรคไข้ดิน’ สู่ ‘วาระโลก’ หลังทุ่มเทวิจัยและขับเคลื่อนอย่างครบวงจรกว่า 30 ปี</title>
		<link>https://plewseengern.com/plewseengern/184524</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[pp]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2026 13:22:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ม.มหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[วาระโลก]]></category>
		<category><![CDATA[โรคไข้ดิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://plewseengern.com/?p=184524</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในขณะที่ “โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง” (NCDs-Non-Communicable Diseases) ได้รับการผลักดันให้เป็น “วาระโลก” ที่ทุกประเทศเดินหน้ารณรงค์อย่างเต็มรูปแบบ แต่ “โรคเมลิออยโดสิส หรือไข้ดิน” ที่กำลังขยายขอบเขตการระบาดไม่เพียงในประเทศเกษตรกรรมที่ต้องใช้ “ดิน” ซึ่งเป็นที่มาของ “การปนเปื้อน” ของเชื้อแบคทีเรียก่อโรค โดยกำลังเดินทางไปพร้อมกับผู้คนทั่วโลก แต่กลับไม่ได้มีการติดตามเฝ้าระวังเท่าที่ควร ศาสตราจารย์ ดร.นริศรา จันทราทิตย์ อาจารย์ประจำภาควิชาจุลชีววิทยาและอิมมิวโนโลยี คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล คืออาจารย์นักวิจัยผู้คร่ำหวอดจนอาจกล่าวได้ว่าเป็น...</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://plewseengern.com/plewseengern/184524">ม.มหิดล เตรียมผลักดัน ‘โรคไข้ดิน’ สู่ ‘วาระโลก’ หลังทุ่มเทวิจัยและขับเคลื่อนอย่างครบวงจรกว่า 30 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://plewseengern.com"></a>.</p>
]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไข้ไม่ลด ซึม ดื่มน้ำน้อย สัญญาณอันตรายของโรคมือเท้าปาก</title>
		<link>https://plewseengern.com/plewseengern/184430</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[pp]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Aug 2026 05:00:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[รพ.เวชธานี]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญานเตือน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคมือเท้าปาก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://plewseengern.com/?p=184430</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรคมือเท้าปาก เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่พบบ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะอายุต่ำกว่า 5 ปี ติดต่อได้ง่ายผ่านน้ำมูก น้ำลาย อุจจาระ และสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ แม้ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง แต่เชื้อ EV71 อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ ปัจจุบันมีวัคซีนที่ช่วยป้องกันโรคจากเชื้อ EV71 โดยควรปรึกษากุมารแพทย์ก่อนรับวัคซีน พญ. มณินทร วรรณรัตน์  กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคระบบหายใจ  โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า  โรคมือเท้าปากเป็นโรคติดเชื้อไวรัสเฉียบพลันที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะในสถานรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียนอนุบาล...</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://plewseengern.com/plewseengern/184430">ไข้ไม่ลด ซึม ดื่มน้ำน้อย สัญญาณอันตรายของโรคมือเท้าปาก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://plewseengern.com"></a>.</p>
]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สายฟิตต้องรู้! เปิดสูตร 4Rs ฟื้นฟูหลังซ้อมฉบับนักกีฬา จัดหนักแค่ไหนก็เอาอยู่ กับนาทีทอง 1 ชั่วโมงหลังซ้อม</title>
		<link>https://plewseengern.com/plewseengern/184168</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[pp]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jul 2026 04:58:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[herbalife]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟูหลังซ้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สายฟิต]]></category>
		<category><![CDATA[เฮอร์บาไลฟ์]]></category>
		<category><![CDATA[โภชนาการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://plewseengern.com/?p=184168</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากถามคนส่วนใหญ่เกี่ยวกับการกินอาหารของนักกีฬาระดับโลก หลายคนคงนึกถึงมื้ออาหารก่อนการแข่งขัน อย่างข้าวที่กินในคืนก่อนแข่ง กล้วยก่อนวอร์มอัป หรือเครื่องดื่มเกลือแร่ที่พักจิบระหว่างการแข่งขัน แต่สิ่งที่แทบไม่มีใครพูดถึงคือ อาหารที่กินหลังจากซ้อม ซึ่ง 1 ชั่วโมงแรกหลังการฝึกซ้อมหรือการแข่งขัน ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของโภชนาการ เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มซ่อมแซมกล้ามเนื้อ เติมเต็มพลังงานที่สูญเสียไป และใช้เตรียมความพร้อมสำหรับการฝึกหรือการแข่งขันครั้งต่อไป Dr. Krissy Ladner ผู้อำนวยการฝ่ายสมรรถภาพการกีฬาและการศึกษาด้านโภชนาการ เฮอร์บาไลฟ์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญและยังเป็นผู้มีประสบการณ์ทำงานร่วมกับนักฟุตบอลอาชีพมามากมาย ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของโภชนาการเพื่อการฟื้นฟูร่างกาย ที่สำคัญไม่แพ้กับการเตรียมร่างกายก่อนแข่งขัน โดย Dr. Krissy ได้แนะนำถึงหลักการจำง่าย ๆ ในการฟื้นฟูร่างกายที่บุคคลทั่วไปและนักกีฬาทุกระดับสามารถนำไปใช้ได้ เรียกว่า &#8220;4Rs&#8221; ดังนี้  R #1: Replenish เติมพลังงาน...</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://plewseengern.com/plewseengern/184168">สายฟิตต้องรู้! เปิดสูตร 4Rs ฟื้นฟูหลังซ้อมฉบับนักกีฬา จัดหนักแค่ไหนก็เอาอยู่ กับนาทีทอง 1 ชั่วโมงหลังซ้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://plewseengern.com"></a>.</p>
]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดแนวทางรักษา ‘ไทรอยด์’ ยุคใหม่ ผ่าตัดส่องกล้องทางช่องปาก-การสลายเนื้องอกไทรอยด์ ด้วยคลื่นไมโครเวฟ   เพิ่มทางเลือกการรักษา</title>
		<link>https://plewseengern.com/plewseengern/184068</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[pp]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Jul 2026 08:16:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.ธัญวัจน์ ศาสจเกียรติกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่าตัดส่องกล้องทางปาก]]></category>
		<category><![CDATA[รพ.นวเวช]]></category>
		<category><![CDATA[สลายเนื้องอกไทรอยด์]]></category>
		<category><![CDATA[ไทรอยด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://plewseengern.com/?p=184068</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลดความกังวลเรื่องแผลที่คอด้วยนวัตกรรมรักษาไทรอยด์ในปัจจุบัน ‘ผ่าตัดส่องกล้องทางช่องปาก-การสลายเนื้องอกไทรอยด์ด้วยคลื่นไมโครเวฟ&#8217; ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ป่วย หากย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ปัญหาเรื่องก้อนโตที่คอ หรือ “โรคไทรอยด์” มักจะเป็นเรื่องชวนหนักใจสำหรับใครหลายคน ไม่ใช่เพียงเพราะตัวโรคที่ต้องรักษา แต่ยังรวมถึงรอยแผลเป็นแนวยาวบริเวณกลางลำคอหลังการผ่าตัดแบบดั้งเดิม ซึ่งมักสร้างความรู้สึกไม่มั่นใจและกลายเป็นเรื่องยากจะปกปิดในชีวิตประจำวัน แต่วันนี้วิวัฒนาการทางการแพทย์และนวัตกรรมปัจจุบันได้เปลี่ยนภาพจำเหล่านั้นไป ซึ่งบทความให้ความรู้โดย นพ. ธัญวัจน์ ศาสนเกียรติกุล (ว.36631) ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านต่อมไร้ท่อ (ไทรอยด์และพาราไทรอยด์) ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลนวเวช ที่จะมาบอกเล่าถึงเบื้องหลังการพัฒนาทางการแพทย์ โดยคำนึงถึงผลลัพธ์การรักษาและให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับแนวทางการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม...</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://plewseengern.com/plewseengern/184068">เปิดแนวทางรักษา ‘ไทรอยด์’ ยุคใหม่ ผ่าตัดส่องกล้องทางช่องปาก-การสลายเนื้องอกไทรอยด์ ด้วยคลื่นไมโครเวฟ   เพิ่มทางเลือกการรักษา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://plewseengern.com"></a>.</p>
]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไวรัสตับอักเสบเอและบี ภัยเงียบที่อาจนำไปสู่ตับแข็งและมะเร็งตับ</title>
		<link>https://plewseengern.com/plewseengern/184065</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[pp]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Jul 2026 07:52:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[รพ.เวชธานี]]></category>
		<category><![CDATA[ไวรัสตับอักเสบเอและบี ภัยเงียบที่อาจนำไปสู่ตับแข็งและมะเร็งตับ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://plewseengern.com/?p=184065</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไวรัสตับอักเสบเอและไวรัสตับอักเสบบี เป็นโรคติดเชื้อที่ส่งผลต่อตับ แต่มีช่องทางการติดต่อและความรุนแรงแตกต่างกัน โดยไวรัสตับอักเสบเอติดต่อผ่านอาหาร น้ำ หรือสิ่งปนเปื้อน มักเป็นการติดเชื้อเฉียบพลันและไม่กลายเป็นโรคเรื้อรัง ขณะที่ไวรัสตับอักเสบบีติดต่อผ่านเลือด สารคัดหลั่ง หรือจากแม่สู่ลูก และอาจพัฒนาเป็นการติดเชื้อเรื้อรัง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะตับแข็งและมะเร็งตับได้ การตรวจเลือดและการรับวัคซีนตามความเหมาะสมจึงมีบทบาทสำคัญในการป้องกันและลดความเสี่ยงในระยะยาว นพ. สุขประเสริฐ จุฑากอเกียรติ อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า ไวรัสตับอักเสบเอและไวรัสตับอักเสบบีเป็นเชื้อไวรัสคนละชนิด แม้จะส่งผลต่อตับเหมือนกัน แต่มีช่องทางการแพร่เชื้อ ลักษณะการดำเนินโรค และความเสี่ยงระยะยาวแตกต่างกัน โดยไวรัสตับอักเสบเอมักเกี่ยวข้องกับสุขอนามัยด้านอาหารและน้ำ ส่วนไวรัสตับอักเสบบีมีความเกี่ยวข้องกับเลือด...</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://plewseengern.com/plewseengern/184065">ไวรัสตับอักเสบเอและบี ภัยเงียบที่อาจนำไปสู่ตับแข็งและมะเร็งตับ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://plewseengern.com"></a>.</p>
]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ไอเรื้อรัง เหนื่อยง่าย” อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคพังผืดในปอด การดูแลแบบองค์รวมช่วยผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</title>
		<link>https://plewseengern.com/plewseengern/183987</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[pp]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Jul 2026 09:01:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคปอดอินเตอร์สติเชียล]]></category>
		<category><![CDATA[โรคพังผืดในปอด]]></category>
		<category><![CDATA[ไอเรื้อรัง เหนื่อยง่าย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://plewseengern.com/?p=183987</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในชีวิตประจำวัน หลายคนอาจเริ่มรู้สึกว่าร่างกายไม่เหมือนเดิม จากกิจกรรมง่าย ๆ เช่น เดินขึ้นบันได เดินระยะสั้น หรือทำงานบ้าน กลับทำให้เหนื่อยเร็วกว่าที่เคย บางคนอาจมีอาการไอแห้งต่อเนื่อง หรือรู้สึกหายใจได้ไม่เต็มที่ แต่อาการเหล่านี้มักถูกมองว่าเป็นผลจาก “อายุที่มากขึ้น” “พักผ่อนไม่พอ” “ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย” หรือ “ความเหนื่อยล้าจากงาน” จนหลายคนเลือกที่จะปรับตัวอยู่กับอาการ แทนที่จะเข้ารับการตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง หนึ่งในโรคที่อาจซ่อนอยู่เบื้องหลังอาการเหล่านี้ คือ “โรคพังผืดในปอด” หรือ “โรคปอดอินเตอร์สติเชียล”...</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://plewseengern.com/plewseengern/183987">“ไอเรื้อรัง เหนื่อยง่าย” อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคพังผืดในปอด การดูแลแบบองค์รวมช่วยผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://plewseengern.com"></a>.</p>
]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แพทย์ผิวหนังเตือนภัย “แมลงก้นกระดก” ช่วงหน้าฝน ชี้พิษคล้ายกรดทำผิวไหม้พุพอง</title>
		<link>https://plewseengern.com/plewseengern/183921</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[pp]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Jul 2026 03:41:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[พญ.ภาวดี ศึกษากิจ]]></category>
		<category><![CDATA[พิษคล้ายกรด]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าฝน]]></category>
		<category><![CDATA[เวชธานี]]></category>
		<category><![CDATA[แมลงก้นกระดก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://plewseengern.com/?p=183921</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงฤดูฝนเช่นนี้ โรคผิวหนังที่มักพบได้บ่อยอย่างไม่คาดคิด คือ แผลพุพองจากการสัมผัส “แมลงก้นกระดก” หรือด้วงก้นกระดก ซึ่งเป็นแมลงปีกขนาดเล็ก ลำตัวยาว สีดำสลับส้ม มักอาศัยอยู่ในพื้นที่ชื้นแฉะ เช่น ทุ่งนา หรือสวน และมีพฤติกรรมชอบบินเข้าหาแสงไฟในเวลากลางคืน ทำให้พบแมลงชนิดนี้หลุดรอดเข้ามาภายในบ้านเรือน อาคารสูง หรือคอนโดมิเนียมได้ง่าย แพทย์หญิงภาวดี ศึกษากิจ แพทย์ประจำศูนย์ผิวหนังและความงาม โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า ความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อย คือ...</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://plewseengern.com/plewseengern/183921">แพทย์ผิวหนังเตือนภัย “แมลงก้นกระดก” ช่วงหน้าฝน ชี้พิษคล้ายกรดทำผิวไหม้พุพอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://plewseengern.com"></a>.</p>
]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไม่ดื่มก็เสี่ยง! &#8220;โรคมะเร็งตับ&#8221; ภัยเงียบคนยุคใหม่ แพทย์ รพ.วิมุต พหลโยธิน ชี้ เบาหวาน–อ้วน–ไขมันพอกตับ ทำร้ายตับแบบไม่ต้องดริงก์</title>
		<link>https://plewseengern.com/plewseengern/183679</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[pp]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Jul 2026 07:00:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยเงียบคนยุคใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[มะเร็งตับ]]></category>
		<category><![CDATA[รพ.วิมุต พหลโยธิน]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่ดื่มก็เสี่ยง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://plewseengern.com/?p=183679</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนเชื่อว่า &#8220;มะเร็งตับ&#8221; เป็นโรคของคนดื่มแอลกอฮอล์หนัก ๆ เท่านั้น แต่ความจริงแล้วยังมีคนอีกหลายกลุ่มที่เสี่ยงโรคนี้ เพราะมะเร็งตับเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งไวรัสตับอักเสบ ภาวะไขมันพอกตับ ไปจนถึงพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ที่กำลังทำร้ายตับไม่รู้ตัว โดยข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า มะเร็งตับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทย ผู้ชายเป็นอันดับ 1 และผู้หญิงเป็นอันดับ 4 ซึ่งตัวเลขที่น่ากังวลนี้เกิดจากการที่มะเร็งตับมักไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้คนส่วนใหญ่กว่าจะรู้ตัวก็เข้าสู่ระยะรุนแรงแล้ว วันนี้ พญ.สาวินี จิริยะสิน แพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ รพ.วิมุต พหลโยธิน จะมาชวนทำความเข้าใจสาเหตุของมะเร็งตับที่มีมากกว่าการดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมชวนกลุ่มเสี่ยงปรับการใช้ชีวิตก่อนสาย มะเร็งตับ เกิดจากการที่เซลล์ในตับกลายพันธุ์และแบ่งตัวผิดปกติจนกลายเป็นก้อนเนื้องอก พบบ่อยในช่วงอายุ...</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://plewseengern.com/plewseengern/183679">ไม่ดื่มก็เสี่ยง! &#8220;โรคมะเร็งตับ&#8221; ภัยเงียบคนยุคใหม่ แพทย์ รพ.วิมุต พหลโยธิน ชี้ เบาหวาน–อ้วน–ไขมันพอกตับ ทำร้ายตับแบบไม่ต้องดริงก์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://plewseengern.com"></a>.</p>
]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เชื้อ H. pylori ติดได้โดยไม่รู้ตัว รู้ทันก่อนเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร</title>
		<link>https://plewseengern.com/plewseengern/182649</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[pp]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Jul 2026 03:53:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสี่ยงมะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[พญ.ศศิพิมพ์ จามิกร]]></category>
		<category><![CDATA[มะเร็งกระเพาะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[รพ.เวชธานี]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อ H.pylori]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://plewseengern.com/?p=182649</guid>

					<description><![CDATA[<p>H. pylori เป็นเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในกระเพาะอาหาร และอาจก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังโดยไม่แสดงอาการชัดเจน หากปล่อยไว้นานอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคกระเพาะ แผลในกระเพาะอาหาร เลือดออกในทางเดินอาหาร รวมถึงมะเร็งกระเพาะอาหาร การตรวจและรักษาอย่างเหมาะสมจึงช่วยลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนระยะยาวได้ พญ. ศศิพิมพ์ จามิกร อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า H. pylori หรือ Helicobacter pylori เป็นแบคทีเรียที่สามารถอาศัยอยู่ในเยื่อบุกระเพาะอาหาร แม้กระเพาะอาหารจะมีความเป็นกรดสูง หากเชื้ออยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน...</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://plewseengern.com/plewseengern/182649">เชื้อ H. pylori ติดได้โดยไม่รู้ตัว รู้ทันก่อนเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://plewseengern.com"></a>.</p>
]]></description>
		
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
