เปลว สีเงิน
วานซืน…
พาคนรักไปส่ง “โรงพยาบาลราชวิถี” ที่อาคาร “สิรินธร”เป็นกรณีพิเศษ
ไปแล้วก็งง!
เพราะหาทางเข้าไม่เจอ ตอนนี้ ด้านหน้าโรงพยาบาลเขาล้อมรั้วก่อสร้าง “อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน” เป็นแนวยาวพรืด
แต่เพราะผม “หัวแหลมเหมือนหัวลิง”
พลันเหลือบเห็นแผ่นผ้าบอกว่า “หลวงพ่อสายทอง เตชะธัมโม” วัดป่าห้วยกุ่ม ชัยภูมิ จะมาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ทอดผ้าป่าที่โรงพยาบาลราชวิถีโบกสะบัดอยู่
รู้แวบเลยว่าต้องไม่ใช่ช่องนี้ที่กำลังก่อสร้าง จึงบอกคนขับให้ใส่เกียร์ ๕ หน้าเดิน เลยไปอีกนิด เห็นมีช่องตรงไหน แล้วเลี้ยวเข้าไปเลยนะ!
เดาสุ่ม แต่ก็ใช่ทางเข้าอาคาร “สิรินธร”จริงๆ!
เฮ้อ…ค่อยโล่งใจ
ไม่งั้นต้องให้รถไปยูเทิร์นที่สี่แยกโรงพยาบาลรามาฯ แล้วขับไปเวียน “อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” เอาฤกษ์-เอาชัย ย้อนกลับมาใหม่อีกรอบ
ถนนหนทางกรุงเทพฯ นี่ ถ้าไม่คุ้น มีโอกาส “เลี้ยวผิดชีวิตเปลี่ยน” เอาได้ง่ายๆ!
ก็เลยนับว่าเป็น “นิมิตมงคล” ไม่งั้น เสาร์-อาทิตย์ที่ ๖-๗ มิ.ย.นี้ ที่ผมจะมาร่วมทอดผ้าป่ากับ “หลวงพ่อสายทอง”
มาก็คง “หลงทางเข้า”!
นี่ได้มาซะก่อน เลยพอรู้ลู่ทาง โดยจับสังเกตเอาตรงป้ายผ้าบอกงานทอดผ้าป่าสร้าง “อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน” นั่นแหละ
๖-๗ มิ.ย.ขับรถเข้าไปตรงนั้น….
น่าใช่ทางไป “ห้องประชุมพิบูลสงคราม” ชั้น ๑๒ ของ “อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ” สถานที่ทอดผ้าป่า
ผมเดาเอานะ แต่เข้าใจว่า วันงาน ทางโรงพยาบาลคงทำป้ายบอกชัดเจนว่า รถจะเข้าตรงไหน…จะจอดได้ตรงไหน…ห้องประชุมพิบูลสงครามไปทางไหน เพื่อขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้น ๑๒!
วันนี้ ถือว่าผมมารีวิวอีกรอบ…กลัวท่านจะลืมกันน่ะ
“โรงพยาบาลราชวิถี” นี่ บอกตรงๆ ว่า “น่าสงสาร” ทั้งที่เป็นโรงพยาบาลศูนย์ ในสังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
วันๆ มีผู้ป่วย “เป็นพัน-เป็นหมื่น” มารับการรักษา
ผมเคยไป โผล่เข้าไปห้องไหน ปลากระป๋องตราปุ้มปุ้ยว่าอัดแน่นด้วยปลาซาร์ดีนแล้ว
ยังไม่เท่าคนที่มารอรับการรักษาในแต่ละห้อง-แต่ละวันที่โรงพยาบาลราชวิถี!
พูดตรงๆ คนต่างจังหวัด คนยาก-คนจน เป็นส่วนใหญ่ ทุกคน ถ้าอาการไม่เพียบ ก็จะไม่มาหาหมอกันหรอก
ด้วยความไม่รู้สถานที่ “ตรงไหน-เป็นตรงไหน” แต่ทั้งพยาบาลและบุคลาการทางการแพทย์ของราชวิถี
พูดได้ว่า ร้อย ๙๙.๙๙ น่ารักเอามากๆ
ทั้งโอบเอื้ออาทร ต่อผู้มาทุกคน ไม่ตีหน้ายักษ์ใส่ ไม่ขู่ตะคอกใส่ชาวบ้านที่ถามโน่น-นี่ด้วยเขาไม่รู้จริงๆ
ที่พูดกันว่า “นางพยาบาลคือแม่พระหรือนางฟ้าของผู้ป่วย”
ใครอยากเห็นตัวจริง ไปดูได้ที่โรงพยาบาลราชวิถี!
ที่ผมว่าโรงพยาบาลราชวิถีน่าสงสาร เพราะว่า มีผู้ป่วยเข้าขอรับการรักษาปีละไม่รู้กี่ล้านคน
เรียกว่า “ล้นทุกห้อง-ทุกแผนก” จนกระฉอกออกมาเรียงรายตามระเบียง ตามเฉลียง ตามทางเดิน
ต้องขยาย ต้องสร้างเพิ่ม แต่กระทรวงมีโรงพยาบาลทั้งประเทศให้ต้องดูแล
ฉะนั้น การขยายพื้นที่รองรับผู้ป่วย รวมทั้งการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ เครื่องมือทางการแพทย์ รองบกระทรวงอย่างเดียว
ต้อให้ชาติหน้าบ่ายๆ ก็ไม่มีทาง!
ก็ด้วย “ด้วยจิตใต้สำนึก” ของผู้บริหารโรงพยาบาล คือคุณหมอนั่นแหละ ต้องขวนขวาย ตีนถีบ-ปากกัด หาเงินอีกส่วนมาสมทบงบหลวงขยายโรงพยาบาล
หมอจะไปปล้น-ไปจี้ใครที่ไหนเขาได้ ก็พึ่งจากการบริจาคของผู้ใจบุญ-ใจกุลศล ที่เล็งเห็นประโยชน์ในการสละทรัพย์สร้างโรงพยาบาลช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกันนั้นแหละ
โรงพยาบาลราชวิถี ดังในหมู่คนยาก-คนจน ไม่ดังในหมู่เศรษฐี-มหาเศรษฐี
ดังนั้น จึงมีคนบริจาคไม่มากนัก เมื่อเทียบกับโรงพยาบาลที่มีชื่อแห่งอื่นๆ
ทั้งที่โรงพยาบาลราชวิถี คนไข้ “ล้นแล้ว-ล้นอีก” และไม่เคยด้อยในการรักษา ทั้งการพัฒนาด้านวิทยาการทางการแพทย์!
อย่าง “อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน” ที่กำลังก่อสร้างค้างคาอยู่ขณะนี้ หลวงให้งบมา ๘๐๐ กว่าล้านบาท
แต่งบก่อสร้างต้องใช้ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท รวมทั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์และเครื่องมือแพทย์!
แล้วจะทำไง?
ก็เป็นเรื่องที่ผู้บริหารโรงพยาบาลจะไปหาทางเอา ผู้ที่โชคดี ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้หาเงินมาสร้างให้สำเร็จ ได้แก่…
“นายแพทย์ ไพโรจน์ เครือกาญจนา” รอง ผอ.ด้านการแพทย์ รพ.ราชวิถี!
เมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านเศรษฐีผู้ใจบุญทั้งหลาย ผมอยากเรียนว่า ทานใด นอกเหนือจาก “ให้ธรรมเป็นทาน” แล้ว
ทานการ “ให้ชีวิต” ต่อผู้เจ็บไข้ได้ป่วย โดยไม่เลือกชั้นวรรณะ
นี้เป็นทานที่ “ประเสริฐเลิศล้ำ” รองลงมา
ฉะนั้น การสร้างโรงพยาบาลและเครื่องมือแพทย์ เพื่อรักษาชีวิตมนุษย์ ยิ่งโดยเฉพาะกับชีวิตมนุษย์ “ผู้ด้อยโอกาส” ด้วยแล้ว
จะเกิดอานิสงส์บารมียิ่งนัก!
และจะทวีคูณยิ่งขึ้น ถ้าการบริจาคนั้น ประกอบด้วย
๑.ศรัทธาจากผู้ให้ เป็นดั่งต้นกล้าที่สมบูรณ์
๒.ผู้รับเป็นดั่งเนื้อนาบุญอันประเสริฐ ของตนกล้านั้น
ทีนี้ ก็อย่างที่ผมเคยบอกกล่าวไปแล้วครั้งหนึ่ง ว่า
“หลวงพ่อสายทอง เตชะธัมโม” ท่านเล็งเห็นความมุ่งมั่นของคณะผู้บริหารโรงพยาบาลและคุณหมอไพโรจน์ ในการพยายามสร้างอาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉินให้สำเร็จ
หลวงพ่อจึงเมตตาจะเดินทางมาจาก “วัดป่าห้วยกุ่ม” ชัยภูมิ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
จัดทอดผ้าป่าที่ “ห้องประชุมพิบูลสงคราม” ชั้น ๑๒ “อาคารเฉลิมพระเกียรติ” โรงพยาบาลราชวิถี
เสารที่ ๖ มิ.ย.เวลา ๑๗.๐๐ น. หลวงพ่อ จะมาสนทนาธรรมกับญาติโยม ซึ่งเป็นโอกาสอันหาได้ยากยิ่งที่หลวงพ่อจะมาเป็น “เนื้อนาบุญอันประเสริฐ” ให้ทุกคนถึงในกรุงเทพฯ
ดังนั้น ก็ขอเชิญ ทุกท่านที่ “บุญถึง-วาสนาถึง” ไปสนทนาธรรมและถามปัญหาธรรมกับหลวงพ่อได้
รุ่งขึ้น อาทิตย์ ที่ ๗ มิ.ย.
๐๖.๐๐ น. ตั้งกองผ้าป่าบริเวณลานพระพุทธเมตตา
๐๗.๓๐ น. พระสงฆ์ ๕ รูป รับบิณฑบาตข้าวสาร อาหารแห้ง
๐๘.๓๐ น. ถวายภัตตาหารพระคุณเจ้า
๐๙.๕๙ น. พิธีทอดผ้าป่า ๑๐๐,๐๐๐ กอง
เสร็จพิธีแล้ว ๑๑.๐๐ น. เชิญรับประทานอาหารที่ห้องกระจก ชั้น ๑๒
ในการนี้ โรงพยาบาลมีเจตจำนง ตั้งกองผ้าป่า ๑๐๐,๐๐๐ กองๆ ละ ๙๙๙ บาท
เพื่อนำเงินผ้าป่านี้ เป็นกองทุนก่อสร้างและจัดซื้ออุปกรณ์ ครุภัณฑ์การแพทย์ “อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน” ของโรงพยาบาล
ก็ไปร่วมตั้งกองผ้าป่ากันตามวัน-เวลานั้นนะ
บางท่านมีศรัทธาแต่ไม่มีโอกาสไปในวันนั้น ถ้าต้องการร่วมทอดผ้าป่า จะ ๑ กอง หรือจะเป็นร้อย-เป็นพันกอง
สามารถโอนเข้าบัญชี ธ.กสิกรไทย ได้
เลขที่ ๐๒๙-๒-๖๐๕๗๔-๙ ชื่อบัญชี “มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี” แล้วส่งสลิปโอนเงิน ไปที่ Line id:@rajfd ระบุ เพื่อผ้าป่า และเลขบัตรประชาชน เพื่อลดหย่อนภาษี
หรือไม่ก็ สแกน QR CODE e-Donation ได้ลดหย่อนภาษี ๒ เท่า ต้องการสอบถามเพิ่มเติม…..
ติดต่อที่เบอร์ น.ส.สุวดี นิลวิสุทธิ์ ๐๘-๑๙๑๑-๑๘๗๖
และนางวราภรณ์ เกตุศรีเมฆ ๐๘-๑๘๐๓-๒๖๕๙
“หลวงพ่อสายทอง” ท่านสร้างโรงพยาบาลให้ตามต่างหวัด เพื่อรักษาชาวบ้านห่างไกลมาแล้ว จะ ๗ หรือ ๙ โรงพยาบาล ผมก็เลือนๆ ไป
เคยตามไปร่วมทอดผ้าป่ากับหลวงพ่อเพื่อสร้างโรงพยาบาลที่บ้านผือ อุดรธานี มาครั้ง
ชาวบ้านแห่กันมาใส่บาตรตอนเช้ากับหลวงพ่อ ต้องบอกว่ามืดฟ้า-มัวดิน ประมาณนั้น!
ท่านปรารถนาจะให้อาคาร “อุบัติเหตุและฉุกเฉิน” ที่ยังขาดเงินประมาณ ๙๐๐ กว่าล้านบาทนี้ได้สำเร็จ
เพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์ ครุภัณฑ์ทางการแพทย์และเครื่องมือแพทย์ เพื่อเปิดใช้ก่อนในบางชั้นของอาคารที่กำลังก่อสร้าง
เพราะขณะนี้ ลำบากเหลือเกิน….
“คนไข้ฉุกเฉิน” มา การช่วยชีวิตเฉพาะหน้า ก็ไม่สามารถทำได้เต็มที่ เพราะขาดเครื่องมือและอุปกรณ์แพทย์นั่นแหละ
เนี่ย…
ทุกท่านที่ร่วมกันทอดผ้าป่า จะคนละกี่กองก็แล้วแต่ ขอเพียงศรัทธานั้นตั้งมั่น บริสุทธิ์ ถือว่า….
นั่นคือ “ต้นกล้าบุญ” ที่สมบูรณ์ของท่าน
หลวงพ่อสายทอง “อริยสงฆ์” และ “โรงพยาบาลราชวิถี” นี่คือ “เนื้อนาบุญอันประเสริฐ”
ต้นกล้าที่สมบูรณ์ เมื่อได้ปลูกลงในเนื้อนาอันประเสริฐ ก็เป็นที่หวังได้ว่า เมื่อเนื้อนาดี ต้นกล้าดี และน้ำ คือศรัทธาดี
“กล้าบุญ” ของทุกท่าน….
ต้องเจริญ งอกงาม เติบโต ให้ผลิตผลดี สมดังปรารถนา โดยไม่มิต้องสงสัย!
“หลวงพ่อสายทอง” อาจจะไม่คุ้นหูสำหรับบางท่าน แต่ผมไม่ปรารถนาจะมากล่าวอ้างในด้านความเป็น “พระป่า” ของท่าน ทั้งที่ผมเคยขึ้นไปบนเขาเพื่อกราบท่านมาแล้ว
เคยอ่านในเว็บบอร์ด “พลังจิต”
“นายภันธกานต์ กิ้มทอ” บันทึกประวัติอริยสงฆ์ไทย ถึงหลวงพ่อสายทองไว้ ดังนี้
……………………………………….
เว็บบอร์ด “พลังจิต”
“หลวงตามหาบัว” มักจะกล่าวให้ทราบเสมอ เมื่อมีผู้เดินทางจากที่ไกลๆ ไปนมัสการท่าน
“เดินทางมาอะไรกันตั้งไกล ถ้าจะทำบุญ ใกล้ๆ นั้น ที่วัดป่าห้วยกุ่ม ก็มีพระให้ทำบุญกราบไหว้ พระผู้มีบารมีอยู่นั้นไง……”
…………………………
“พระอาจารย์ทองมาย อริโย” วัดป่ากลางทุ่ง อ.บ้านดง จ.อุดรธานี กล่าวให้ทราบ
“ที่จังหวัดชัยภูมิ มีพระชื่อ “อาจารย์สายทอง เตชะธัมโม” เป็นพระอริยะสงฆ์ขั้นใด-ขั้นหนึ่งแล้ว ไปกราบนะ”
…………………………
“หลวงปู่หล้า เขมปัตโต” วัดภูจ้อก้อ จ.มุกดาหาร ยังกล่าวยกย่อง
“โอ้! พระผู้มีบารมีใหญ่ พระหายาก…พระหายาก”
…………………………..
“หลวงปู่ศรี มาวีโร” วัดป่ากุง จ.ร้อยเอ็ด กล่าวถึงพระลูกศิษย์ของท่าน คือ “หลวงพ่อสายทอง”
“ไหน…ใครชื่อสายทอง พระหายาก พระหายาก”
“นี่ซิ บวชเป็นพระปฏิบัติให้มันได้อย่างนี้ซิ”
…………………………………
นี่ไม่ใช่มาโฆษณาสรรพคุณอะไรนะ เพราะผมไม่ใช่คนดี-คนเด่อะไร ชั่วก็มีที่ทำ
ฉะนั้น ไม่มีคุณสมบัติอะไรเลย ที่จะไปบอกว่า พระรูปนั้น หลวงพ่อ..หลวงตา รูปนี้ บรรลุธรรมชั้นนั้น-ชั้นนี้ ขืนพูด “นรกกินหัว”
คุยเท่านี้พอกระมัง
อย่าลืม เสาร์ที่ ๖ มิ.ย.ตอนเย็น หลวงพ่อมาสนทนาธรรม
ตอนเช้า อาทิตย์ ที่ ๗ มิ.ย.ตั้งกองผ้าป่ากับหลวงพ่อ ๑ แสนกอง กองละ ๙๙๙ บาท
ไม่ใช่เพื่อช่วยโรงพยาบาลนะ
หากแต่เป็นการช่วยเพื่อนมนุษย์ที่เจ็บไข้ได้ป่วยผ่านโรงพยาบาลราชวิถี
โดยมี “หลวงพ่อสายทอง” เป็นเนื้อนาประเสริฐ
ให้ “ต้นกล้าบุญ” ของทุกท่าน เจริญงอกงาม ทุกเมล็ด เต็มเม็ด-เต็มรวงสมบูรณ์.
เปลว สีเงิน
๕ มิถุนายน ๒๕๖๙

